Sep 28, 2007

คนในวงการ Internet ที่ผมชื่นชอบ 1

จั่วหัวซะเป็นเรียงความเลย พอดีตอนนี้ผมกำลังนั่งศึกษาเจ้า Amazon Web Service ใหม่ หลังจากที่ไม่ได้ใช้มานาน จนลืมไปหมดแล้ว ก็เลยนั่งเล่น Amazon ไปมา ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า Jeff Bezos หายไปไหน ยังจำได้ไหมครับ เขานี่ล่ะเจ้าพ่อแห่ง E-Commerce ตัวจริง เสียงจริง

1999.jpg

ประวัติของเขาผมไม่ขอเล่าละนะ แต่เอารูปที่เขาลงปก Time บุคคลแห่งปี 1999 มาให้ดูแล้วกัน การันตีว่าเจ๋งสุดๆ ส่วนตัวผมชอบบุคลิกของเขานะ ถึงแม้อาจจะดูว่ามันแกล้งทำหรือเปล่า? แต่จากคนที่เจอเขาส่วนมากก็บอกว่าเป็นอย่างนั้นนะ ส่วนเรื่องการ PR ตัวเอง และ Amazon แกเก่งอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ให้ทำอะไรแกทำได้ กระโดดบนโต๊ะถ่ายปกนิตยสารแกก็ทำมาแล้ว


หลังๆมานี่แกเงียบหายไป คงเป็นเพราะ 2 หนุ่ม Larry Page กับ Sergey Brin จาก Google โด่งดังขึ้นมาจนแซงหน้าไปแล้ว แถมยังมีบรรดาเด็กรุ่นใหม่ อย่าง “Silicon Valley boy” Kevin Rose แห่ง digg.com กับเจ้า Mark Zuckerberg (ผมไม่ชอบหน้าเขาเลย ดูโกงๆไงไม่รู้) แห่ง Facebook ที่ดังเป็นพลุแตกในขณะนี้ (แต่คนไทยไม่รู้จัก) โดยสื่อทุกแขนงให้ความสนใจกันหมด คนแก่ๆ อย่าง Jeff ก็น้อยใจเป็นก็เลยหันไปเล่นกระสวยอวกาศแทน

แต่ก่อนที่ Jeff จะไปเลี้ยงหลาน เมื่อปีกลายแกก็ออกโปรดักส์ใหม่นามว่า S3 และ EC2 มาให้ชาว Internet ตะลึงกัน ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ? ถ้าไม่นับ Google นะ ผมว่า Amazon เนี่ยละมี Facilities ที่สุดยอดมากๆ แทบไม่เคยมีข่าวว่าล่มเลย แม้จะเป็นช่วงสิ้นปี ที่ผู้คนกระหน่ำ แห่เข้าไป Shopping กัน ดังนั้นตา Jeff ก็เลยเอามาทำบริการขายเลย

Amazon S3 นั้นเป็นการให้เช่าเนื้อที่เก็บข้อมูล แล้วคิดเงินตามที่เราใช้ ผมไม่ลงรายละเอียดนะ คิดซะว่าเราสามารถรองรับการโตของเราได้มหาศาล เพราะใช้เครื่องของ Amazon ไม่ต้องซื้อเอง คิดง่ายๆ สมมติ Sanook วันนี้มีคนเข้า 200,000 คน เกิดพรุ่งนี้หวยออก คนกระโดดพรวดเป็น 2,000,000 คน จะเกิดอะไรขึ้น ก็ล่มสิครับ ถามได้ ต้องวิ่งไปซื้อเครื่องมาเพิ่มอีก ลงทุนเท่าไร แต่ Amazon บอก จิ๊บๆ รับได้ แล้วเกิดอาทิตย์ต่อมาคนเหลือเท่าเดิม อ้าวเวรละสิ ซื้อเครื่องมาเป็นล้าน ทำไงดี เจ๊งอีก นี่ละ S3 ช่วยท่านได้

ส่วน EC2 ก็บริการให้ยืมพลังงาน CPU ประมวลผลหนักๆครับ เหมือนเอา Computer ให้เช่าคำนวณเอา แล้วคิดราคาเป็นชั่วโมง จะกดสักกี่ร้อยเครื่องก็เชิญ

ด้วยการให้บริการแบบนี้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากโข ยกตัวอย่างคุณสามารถจะเป็น Youtube เองเลยก็ได้ในวันนี้ถ้าต้องการ (แต่หา users เองนะ)

ผมว่าต่อไปอนาคตหลายๆเจ้าก็จะเอาเครื่องออกมาให้เช่าใช้กัน ไม่ว่าจะเป็น Google, Ebay, Yahoo คอยดูสิ ตาม Amazon แน่ๆ แล้วบรรดา Hosting ก็จะกระเทือนแน่ๆ เพราะต่อไปธุรกิจ Internet มันจะเป็น Server-less กันหมด เพราะไม่ต้องซื้อ เช่าเอาดีกว่า

สำหรับเมืองไทยนั้น อาจจะห่างไกลไปนิด แต่เมืองไรที่เน็ทบ้านเราออกนอกเร็วละก็ คุณจะเข้าใจว่าเรื่องพวกนี้ไม่ไกลตัวเลย ทั้งดูหนัง HD แบบ online, โหลดข้อมูลกันปรื้ดๆ, Bit กระจาย ฯลฯ เหมือนที่ผมกำลังลิ้มรสเน็ท 100Mbit อยู่ ครับอ่านไม่ผิดหรอกครับ 100Mbit จริงๆ ด้วยราคาไม่ถึง 400 บาทต่อเดือนด้วย แต่ผมยังหาที่วิ่งแรงๆเต็มๆไม่ได้เท่าไรเลย เต็มที่ก็ USA กับ Bit เมืองนอก ที่ทำไ้ด้เฉลี่ย 20-30Mbit เท่านั้น บ้านเราแค่เฉลี่ย 1Mbit ให้ทั่วประเทศนะ ผมว่าก็ยอดแล้ว

แต่อย่างว่า เมื่อข้อมูลเราไปอยู่ที่คนอื่น ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องข้อมูล สิทธิ ความลับ ฯลฯ ที่ต้องกังวลกันต่อไป

แต่ก็นับได้ว่า Jeff Bezos เจ้าเก่า ได้เปิดถนนใหม่ สู่การนำ Facilities ออกมาให้เช่าใช้ เหมือนน้ำประปา ไฟฟ้าแล้ว เราก็มีหน้าที่แค่สร้าง Application แล้วต่อใช้งานเท่านั้น เงินในการเริ่มต้นก็ไม่สูงเกินเอื้อม

ลืมบอกไปว่าตอนนี้ MySQL 5 ก็สามารถเชื่อมกับ S3 ได้แล้ว

อย่านะครับ อย่าเผลอมองข้ามชายคนนี้ Jeff Bezos ผู้ที่ทำให้วงการ Internet ต้องสะเทือน (อีกแล้ว)

ผมละชอบเขาจริงๆ

(ไปๆมาๆทำไมพูดเรื่อง Service ของ Amazon ละเนี่ย)

Leave a comment

Categories