ปกติผมจะไม่โพสเรื่องเที่ยวๆลงใน blog นี้นะครับ แต่คิดว่าครั้งนี้น่าจะหาไปลำบากเหมือนกัน ถ้าไม่ได้ตั้งใจไปจริงๆ
ตอนเด็กๆ ผมเคยอ่านหนังสือสารานุกรมสำหรับเด็กอยู่หลายชุดที่ป้าผมซื้อให้ มันเป็นหนังสือที่ดีมาก ถ้าผมสามารถหาได้ตอนนี้ ก็จะซื้อเก็บไว้ (มีชุดเล่มใหญ่ๆ กับเล็มเล็กๆ ของ SE-ED) ทีนี่มันมีอยู่ชุดนึง ผมจำได้ว่ามันเป็นเรื่องไปเที่ยวแล้วเห็น แสงเหนือ (Northern Light) หรือ ออโรร่า อะไรเนี่ยแหละ จำได้ว่าต้องไปเหนือมากๆของโลกถึงจะเห็น ไม่ก็ขั้วโลกเลย ก็เป็นโอกาสอันดีก่อนกลับเมืองไทย ก็เลยเที่ยวสวีเดนสั่งลาซะเลย ไหนๆก็มาเรียนอยู่นี่แล้ว รายละเอียดลึกๆ comment มาแล้วกันครับ จะทยอยตอบให้เท่าที่ตอบได้
ว่ากันด้วยการเดินทาง
เนื่องจากว่าผมอยู่สวีเดน จะให้ไปดูที่ฟินแลนด์หรือนอร์เวย์ก็ใช่ที่ ก็เลยตัดสินใจไปที่เมือง Kiruna ที่นิยมไปกัน เพราะมีสนามบินอยู่ ซึ่งเราสามารถเลือกไปได้จาก Stockholm 2 วิธีคือ บินไป 1.30 ชม. กับนั่งรถไฟไป 17 ชม. ในราคาที่ใกล้เคียงกันตอนจอง ผมก็เลยเลือกเครื่องบินเอา ซึ่งถ้าใครจองกันนานๆ เป็นเดือนๆ ค่าเดินทางจะถูกมากๆ แต่ผมที่มีเวลาน้อย จองล่วงหน้า 2 week ก็โดนไปตามระเบียบ (ขนาดใช้บัตรนักเรียนที่สวีเดนเข้าช่วยนะเนี่ย)
ถ้าใครอายุน้อยกว่า 26 จะเข้าข่ายจ่ายถูกมากๆ แนะนำให้มาเนิ่นๆ ถ้าอายุเกินจะเซ็งกับค่าเดินทาง แม้คนขายตั๋วหลายๆที่จะไม่แน่ใจที่จะออกตั๋วผู้ใหญ่ให้ผม เพราะหน้าเด็ก
(ฝรั่งถ้า 25 26 นี่หน้าตามันแก่หลุดโลกไปแล้ว คน Asia ได้เปรียบมาก)
ใครที่มาจากเมืองไทย ให้นั่งเครื่องมาลงที่ Stockholm หรือ Copenhagen ที่เดนมาร์กก็ได้ แล้วต่อเครื่องของ flynordic หรือ SAS เอา สนนราคาไปกลับประมาณ 3000 – 4000 บาท (จองนานๆ ได้ถูกกว่านี้อีกเยอะมากๆ อาจจะเหลือ 1-2000 ได้) หรือรถไฟ SJ ถ้าอยากนั่งเอาขำๆ ราคาก็ใกล้ๆกัน แล้วแต่ชอบ
ที่พัก
เมือง Kiruna หาที่พักเอาด้วยการ Search ตาม Internet หรือเข้าที่เว็บ Kiruna.se ในนั้นมี list Hostel อยู่ จะเห็นเป็นภาษาสวีดิช ก็เดาๆเอา แล้วก็ email ไปหรือโทรไปเลย เพราะส่วนใหญ่พูดอังกฤษได้ครับ ไม่ต้องกลัว แต่โชคร้ายของผมครับ ที่หาที่พักไม่ได้เลยเพราะเต็มทั้งเดือน เลยต้องเปลี่ยนแผนไปหมู่บ้านเล็กๆที่ชื่อ Abisko ห่างไป 100 กิโลจาก Kiruna
ส่วนค่านอนก็มีต้องแต่คืนละ 900 ไปจนถึง 5000 บาท แล้วแต่สะดวกสบาย ซึ่งแต่ละที่ก็มีทัวร์ขายด้วย จะเล่นเลื่อนหมา เข้าป่าดูแสงเหนือ หรือจะไปนอนกระท่อมกลางป่า ก็มี
อ้อแล้วที่ใกล้ๆ Kiruna ยังมี Ice Hotel ที่แรกของโลกตั้งอยู่ด้วย อย่าลืมไปดูนะครับ นั่งรถเมล์ไปกลับได้ หรือ Taxi ก็ได้
ไปช่วงไหนดี
แสงเหนือ เห็นได้ดีหน่อยก็ช่วงนี้ละครับ มกรา – มีนา เอาเป็นว่าดูพยากรณ์แสงเหนือเอาแล้วกัน เลือกวันที่แรงๆหน่อย อิอิ สัก 3-4 ฟ้าใสๆ
คำเตือน รูปเยอะมากๆ โหลดนานหน่อย
เริ่มแหละ
ผมเริ่มการเดินทางดวยการนั่งรถไฟไปที่ Stockholm เพราะกะว่าจะไปเที่ยวในเมืองแป๊บนึงก่อน เพราะถ้านั่งเครื่องไปเลยจะไม่มีเวลาเที่ยว เมื่อถึงแล้วก็เดินไปที่พิพิธภัณฑ์วาซา ที่มีเรือไม้โบราณของสวีเดนโชว์อยู่ เจ้าเรือนี่ออกจากอู่ต่อเรือไม่ทันไรก็จมลง และโชคดีที่มันไม่ผุ ก็เลยกู้ขึ้นมา ซึ่งเรือมีขนาดใหญ่มากและมีสีสันสวยงาม ส่วนรายละเอียดไม่ลงลึกนะครับ อยากได้ลึกๆไปที่ pantip.com ห้อง blueplanet ส่วนผมจะโพสแต่รูปที่น่าสนใจ อิอิ
พิพิธภัณท์ วาซา Vasa
เรือรบ Vasa ใหญ่มากๆ สูงซักตึก 7 ชั้น
ดูเทียบกับตัวคนมุมขวาล่างได้
เมื่อก่อนเป็นสีทั้งลำ แบบนี้
เอาละเราก็ออกเดินทางไปยังสนามบินอีกแห่งของ Stockholm เพื่อเดินทางต่อไปยังเมือง Kiruna กัน นั่งรถไปสนามบินราคา 500 บาท ระหว่างบินก็แวะพักที่เมือง Lulea เพื่อเติมน้ำมัน
เติมไป 2000 กว่าลิตร?
เอาน้ำ?ฉีดล้างปีกสักหน่อย น้ำแข็งจะได้ไม่เกาะ
บินกับ flynordic ลำนี้
ถึงแล้วสนามบิน Kiruna
หลังจากนั้นก็นั่ง Taxi เข้าเมืองราคา 140kr ต่อคนหรือเหมาเอาก็ 300kr ต่อคัน ไปเข้าที่พัก แต่ช้าก่อนคืนนี้ผมไม่มีที่พักครับเพราะเต็มหมด แต่ได้เปลี่ยนแผนไปหมดแล้วว่าจะไปเมือง Abisko แทน แต่รถไฟมันมาตอน 7 โมงเช้า แต่ตอนนี้ 3 ทุ่ม เอาไงดี
ว่าแล้วก็ให้ Taxi มาส่งที่โรงแรมตรงสถานีรถไฟ เข้าไปนั่งหาอะไรดื่มจนถึง 5 ทุ่ม ร้านก็ปิด ระหว่างนี้คนคุมร้านก็เสนอที่พักให้ (ที่ผมจองมามันเต็ม) เพราะมีคนออกไปเมื่อเช้า ให้ราคาคืนละ 600kr จากปกติ 8-900kr (x5 เอานะครับ) ไอ้ผมก็งก กะว่าจะลองนอนข้างนอกดู เอาว่ะ ลองดู โชคดีที่อากาศวันนั้นอยู่ที่ -6 องศาได้มั้ง ลมไม่แรงมาก หิมะไม่ตก คิดว่าน่าจะไหว (ถ้าวันถัดๆมาคงเดี้ยง เพราะ -16 องศา หิมะตกหนัก พายุเข้า) ว่าแล้วก็นอนมันแถวๆสถานีรถไฟแหละ แต่ก็ทนหนาวไม่ไหว ถุงนอนไม่ช่วยอะไรเลย เห็นบอกกันได้ 5 องศา (อยากลองยี่ห้อแพงๆดูมั่ง ว่าจะเป็นไง) แต่พอไปถามที่ Ice Hotel เขาบอกต้องใส่เสื้อผ้าน้อยๆในถุงนอน ถึงจะอุ่น ไม่งั้นจะกลายเป็นตรงกันข้าม คือหนาวจัด อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน ใครทราบข้อเท็จจริงช่วยบอกหน่อย
ไม่แนะนำให้ทำตามนะครับ เพราะจะเดี้ยงเอาง่ายๆ ผมยังต้องเดินรอบเมือง 3 รอบหาที่นอนใหม่เรื่อยๆ เพราะทืี่เก่าลมโกรก หนาวมาก ต้องหาที่ๆบังลมดีัๆ แล้วก็เดินให้ร่างกายอุ่น แถมกินช๊อกโกแล๊ตหมดไปเป็นแท่งเลย ไม่งั้นไม่มีพลังงาน ตอนแรกกะว่าจะนอนที่สถานีตำรวจ แต่มันดันปิด ไม่มีคนอยู่ เศร้ามากๆ แต่ยังไงผมจะทนถึงแค่ตี 5 ครึ่ง เพราะสถานีรถไฟจะเปิด ข้างในมี Heater ก็เลยลองดู
4 ทุ่มที่สถานีรถไฟ
บรรยากาศในเมือง Kiruna
เดินเปลี่ยนที่นอนอยู่ 3 รอบพราะหนาวมากๆ เลยมานอนหน้าซุปเปอร์แทน
หลังจากตี 5 ครึ่งก็เดินเข้าสถานีรถไฟรอรถตอน 7 โมงครึ่ง ในนี้มีห้องน้ำและอุ่นมาก โชคดีไป ไม่แข็งตายซะก่อน
รถไฟมาจอดรอตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
ตามแพลนผมจะเดินทางไปเมือง Narvik ที่อยู่ในนอร์เวย์ก่อน แล้วค่อยนั่งกลับมาที่ Abisko ที่อยู่ตรงกลาง เพื่อวัดดวงรอดูแสงเหนือตอนเย็นๆ เพราะยิ่งอยู่ลึก แสงน้อยๆ โอกาสเห็นก็น่าจะมี เพราะเมื่อคืนที่ Kiruna มองไม่เห็นอะไรเลย
ทิวทัศน์ระหว่างทางสวยงามมากๆ อย่าลืมมานั่งรถไฟเล่นนะครับ
สถานีรถไฟที่เมือง Narvik Norway
รอบๆสถานีรถไฟ
เหมือนพระเจ้าแกล้งกัน พายุเข้าครับ ฝนกระหน่ำ มองอะไรไม่เห็นเลย ก็เลยเปลี่ยนแผนกลับไป Abisko เร็วขึ้น เพราะยังไม่ได้ทานอะไรเลย เงิน Norway ก็ไม่มี ซื้ออะไรไม่ได้ แลกเอาค่าแลกก็แพงเสียจริง รีบไป Hostel ดีกว่า อยากนอนเต็มแก่แล้ว แต่วิบากกรรมยังไม่หมดครับ จองตั๋วรถไฟผิดสถานี ชื่อ Abisko เหมือนกัน แต่ต่อท้ายไม่เหมือนกัน (คือจำผิดนึกว่าจอง Hostel อีกที) แต่โชคดีราคาเดียวเท่ากัน ก็เลยลงได้ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ ระหว่างรอรถไฟก็มีทัวร์ญี่ปุ่นมาลงที่ Narvik ครับ มาจาก Stockholm ตรึมเลย
สถานี Abisko Ostra
โชคดีอีกแล้วครับ แผนที่ Hostel เขียนผิดครับ น่าตีมากๆ แต่ยังดีที่เจอคนที่พักที่ Hostel มาถามแล้วพาไป เพราะตัวเขาเองก็หลงอยู่หลายชั่วโมง คือใครมาที่ Hostel นี้หลงทุกคนครับ ยอดจริงๆ แต่ที่พักสะอาด ราคาไม่แพงเลย 175kr เอง ถ้านอนห้อง 2 เตียงก็ 200kr มั้ง ที่สำคัญถ้าซื้อทัวร์กับเขา แถมที่พักให้ 1 คืนด้วย ผมก็เลยนอนที่นี่ 2 คืน + ทัวร์เลื่อนหมา ตกราคาไม่เกิน 5000 บาท ก็ ok อยู่ พร้อม sauna ฟรีด้วย
แสงเหนือ แสงเหนือ
แต่โชคดีมักมาหลังโชคร้ายครับ ผมบ่นๆว่าอยากเห็นแสงเหนือ แต่จองที่พักอีกที่ที่มีกระเช้าขึ้นเขาไปดูไม่ได้ เพราะปิดวันธรรมดา โอกาสเห็นคงลำบาก แต่ชาวเยอรมันบอกว่าเขาขึ้นเขาไปดูมาแล้ว เห็นบางมากๆ ไม่ค่อยคุ้มเลย (แต่ก็ยังได้เห็นนี่) ว่าแล้วผมก็ไปซาวน่าพร้อมพวกเขาดีกว่า ซาวน่าเป็นแบบรวมนะครับ ก็แปลกๆดี แต่มันมืดๆ แถมมีแต่ผู้ชายด้วย ก็ตลกดี
ว่าแล้วชาวเยอรมันอีกคนที่กลับเข้ามาหลังจากออกไปข้างนอกก็บอกว่าถ้า you อยากจะดูแสงเหนือละก็ มันออกมาแล้ว ว่าแล้วก็เฮโลกันออกไปดู ส่วนอีกคนก็วิ่งแก้ผ้าไปเอากล้องใน Hostel นะครับ ตลกมาก ผู้ชาย 3 คนยืนดูแสงเหนือ มีผ้าเล็กๆปิดตัวนิดหน่อย โคตรจะหนาวเลย
ที่ผมเห็นมันเป็นแสงสีเขียวบนหัว ไม่ชัดแบบเขียวปี๋ เพราะอยู่ในเมือง แต่ก็ชัดพอที่จะเห็นเป็นเส้น 2 เส้น พาดผ่านท้องฟ้า แต่เส้นมันขยับไปมาได้อะครับ ค่อยๆขยับๆ แล้วสักพักก็หายไป ผมก็รีบไปใส่เสื้อผ้า เอากล้อง รอถ่ายรูป ถึงตอนนี้คนทั้ง Hostel เฮโลมาดูแสงเหนือกันแล้ว
สักพักแสงเหนือก็โผล่มาอีกเรื่อยๆ รวมแล้วเกือบๆ 2 ชั่วโมงได้ ก่อนหายไปตอน 4 ทุ่มกว่าๆ
แต่ที่สุดยอดมากเลย คือก่อนหาย มันปรากฏเป็นแถบใหญ่มากๆ แต่อยู่แนวสายตา ตรงเส้นขอบฟ้านะครับ แล้วขยับขึ้นลง เหมือนรูปเด็ดๆที่เขาถ่ายมาดูเลย สุดยอดมากๆ แล้วมันก็ม้วนๆไปมา แล้วก็มีอีกเส้นโผล่มา ผมนับได้ 4-5 เส้น แล้วมันก็ม้วนๆมารวมกันเป็นวงๆ แล้วก็หายไป จังหวะนี้ผมถ่ายวิดีโอมา แต่ไม่ติดครับ แต่อย่างน้อยก็ถ่ายรูปได้ตอนมันม้วน ชุดนึง ด้วยกล้อง compact ธรรมดา ที่ปรับ ISO ไม่ได้ (สูงสุด 400 เอง) ก็ได้เท่านี้ละครับ ถ้ากล้องดีๆ จะเห็นชัดมาก เหมือนของเยอรมันที่มันถ่ายมาให้ผมดู สวยมากๆ
3 รูปนี้ ผมปรับเพิ่ม backlight นะครับ จะได้เห็นชัดๆ ถ่ายต่อเนื่อง 2-3 วินาทีรูปครับ จะเห็นว่ามันเคลื่อนที่จริงๆ ก่อนหายไป ส่วนรูปจริงก็มืดมากๆ แต่ก็เห็นเขียวๆได้ชัด ส่วนสีที่ออกแดงๆ เพราะผมถ่ายจาก Hostel มันติดทางรถไฟ เลยมีแสงแดงๆด้วย
ยังมีอีกหลายรูปครับ แต่ 3 รูปนี้ชัดสุด
รูปอีกมุมนึงของเมืองที่ผมบอกว่าเป็นเส้นทั้งฟ้าเลย สวยงามมากๆ
โชคดีมากครับ เพราะหลายคนบอกว่าวันนี้ใหญ่กว่าที่เห็นในสัปดาห์นี้เลย ตอนที่ผมเห็นนี่ตื่นเต้นมากๆครับ บรรยายไม่ถูก แบบไม่น่าเชื่อว่า สิ่งที่เคยอ่านในหนังสือตอนเด็ก จะได้เห็นของจริงก็วันนี้เอง มันเหมือนเป็นแรงบรรดาลใจเล็กๆเมื่อวัยเด็ก ให้มาลองดูของจริงให้ได้ ใครมีลูกมีหลาน ก็ให้เขาอ่านเยอะๆนะครับ สารคดีดูเข้าไปเยอะๆ ผมว่ามันจะมาออกดอกออกผลเอาตอนเขาโตแหละ
ว่าแล้วก็เข้านอน แล้วตื่นมาอีกวันเพื่อจะไปเล่นเลื่อนหมากันครับ แต่โชคไม่ดีที่มีลมแรงมากๆ แถมหิมะตก กะว่าไม่ไปแล้ว พอดีจ้าของ Hostel ถามว่าจะไปป่าว ผมก็ถมว่าไปได้แน่นะ Safe ป่าว งั้นก็ไปกัน ผลก็คือ มีผมคนเดียวกับเจ้าของที่ไปทัวร์วันนั้น (ขาดทุนแน่ๆ) ว่าแล้วเขาก็เอาเสื้อกันหิมะ ที่เป็นชุดหมี ถุงมือ และรองเท้ามาให้ยืม ช่วยได้มากๆๆๆๆ ครับ
เช้ามาก็เจอลมพายุแรงๆเลย หิมะตกอีก
หน้า Hostel พร้อมเลื่อนที่วันนี้ใช้แค่อันเดียว (ผม)
น้องหมา ไซบีเรียน ฮัสกี้ ที่เลี้ยงไว้กว่า 51 ตัว
หน้าตาดี แต่เหม็นมาก ขอบอก
ระหว่างที่เราเลือกหมามาผูกกับเลื่อนนั้น ก็ปรากฎว่ามีลูกหมาเกิดใหม่อีก 3 ตัว เจ้าของก็เลยขอตัวไปจัดการก่อน แล้วก็ปล่อยให้ผมรอ ยืนหนาวต่อไป ไม่เป็นไร รอได้ เวลามีเยอะ
หลังจากเลือกหมาได้แล้วก็ช่วยกันผูกเชือก แล้วก็ติดกับเลื่อนที่จะใช้ มือใหม่อย่างผมก็เอาไป 4 ตัว (แค่นี้ก็ดึงจะไม่ไหวแล้ว) ผมถามเขาว่า จะรู้ได้ไงว่าเอาตัวไหนผูกข้่างหน้า ตัวไหนอยู่ข้างหลัง ดูที่ความแข็งแรงเหรอ? เขาบอกว่าดูที่ความกล้าที่จะเป็นผู้นำของมัน ตัวที่อยู่หน้าสุด ต้องกล้าที่จะวิ่งนำไปในทางที่ไม่มีตัวไหนกล้าไป (โห สุดๆ) ซึ่งเราดูก็เห็นเป็นอย่างนั้นจริงๆ
บนเลื่อนของผมเอง ตอนนี้เสียถุงมือไปแล้ว เพราะหล่น ส่วนกล้องยังเก็บได้อยู่ อิอิ
การเลื่อนหมานั้นบ่อยครั้งเราต้องช่วยเข็นเลื่อนให้หมาด้วยเวลาขึ้นเนิน (ลากไม่ไหว) แล้วถ้าเราหยุดเลื่อน มันก็จะหันมามองเรา เหมือนว่าเกิดอะไรขึ้น ชั้นจะวิ่งๆๆๆ นายจะหยุดทำไม ถ้าเราพยักหน้าให้ไป มันก็จะวิ่งต่อ ส่วนทางวิ่งนั้น มันรู้ของมันแหละ วิ่งบ่อย ไม่ต้องสนใจเรื่องนั้น
ราคา 800kr นี่ได้ขับเลื่อนหมาเอง+นอน นับว่าคุ้มนะ เพราะที่ Kiruna คิดผมแพงกว่านี้หน่อยนึง
ไอ้ตัวขวาหมดแรง นอนแล้ว
อากาศเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ผมก็เลยขอไปทางที่มีต้นไม้แทน เพราะจะได้บังลมให้ ดีกว่าวิ่งโล่งๆ เพราะหนาวหน้ามากๆ ส่วนตัวโคตรอุ่นเลย
ออกมาหาของกิน ช่างลำบากนัก -10 องศา + หิมะ และ ลมแรงมากๆ
คืนนี้ก็โชคดี เห็นแสงเหนืออยู่ 10 นาทีแบบจางๆ แล้วก็หายไป เพราะอากาศไม่อำนวย แต่แล้ววันรุ่งขึ้นก็ต้องกลับไปยัง Stockholm แล้ว เพื่อเตรียมต่อบินต่อไปยังฝรั่งเศสอีก อ้อ ก่อนกลับผมแวะไป Ice Hotel มาด้วยนะ แล้วค่อยกลับ
เบ็ดเสร็จราคารวม ของผม (ประหยัด)
นอน Abisko 2 คืน นอน Stockholm 1 คืน ไม่นอน 1 คืน
1. ค่ารถไฟไปกลับ Lund – Stockholm 4000 บาท
2. ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ สต๊อกโฮม – คิรูน่า 4000 บาท (ราคานักเรียน)
3. ค่าที่พักที่ Kiruna – ไม่นอน 555 แต่เสียที่ Abisko 1 คืน (นอน Hostel) 900 บาท
4. ค่าที่พัก Stockholm 1 คืน (นอน Hostel) 1000 บาท
5. ค่าทัวร์ระหว่างวันที่ Abisko 4000 บาท
6. ค่าเที่ยว Ice Hotel 1200 บาท (ราคานักเรียน)
7. ค่าพาหนะรับส่งสนามบิน 3000บาท
8. ค่ากิน อยู่ทั้งหมด + เดินทางใน Stockholm 4000 บาท
รวม 22100 บาท (ถ้าจองนานๆแบบเพื่อนผมและไปหลายๆคนจะตก 10000 กว่าๆเอง)
เบ็ดเสร็จราคารวม ของผู้ใหญ่ที่สนใจ
คร่าวๆสำหรับผู้ใหญ่ไปสบายๆนะครับ สักอาทิตย์นึง
สมมติว่าไปนอน 4 คืน ที่ Kiruna แล้วนอน 2 คืนที่ Stockholm
1. ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ – สต๊อกโฮม 34000 บาท
2. ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ สต๊อกโฮม – คิรูน่า 8000 บาท
3. ค่าที่พัก 4 คืนที่ Kiruna (ราคาต่อห้องนอนได้ 2 ท่าน นอนดีกว่า Hostel หน่อย) 16000 บาท
4. ค่าที่พัก Stockholm 2 คืน (นอนโรงแรม) 10000 บาท
5. ค่าทัวร์ระหว่างวันที่ Kiruna 1 คน 7000 บาท
6. ค่าเที่ยว Ice Hotel 1500 บาท
7. ค่าพาหนะรับส่งสนามบิน 3000บาท
8. ค่ากิน อยู่ทั้งหมด + เดินทางใน Stockholm 8000 บาท
รวมคร่าวๆ 87500 บาท เที่ยวอาทิตย์นึง ถ้ามา 2 คนก็ประหยัดไปอีกครับ อ้ออย่าลืมพวกเสื้อผ้าด้วยครับ เอาดีๆหน่อยก็ดี ของผมมาซื้อที่นี่ตอนลดราคาก็พอได้นะครับ
ผมทิ้งท้ายด้วยรูปของท้องฟ้าเหนือเมือง Stockholm ในวันที่อากาศดีมากๆให้ดูแล้วกันนะครับ (เห็นพระจันทร์ด้วย) หวังว่าหลายๆท่านคงมีโอกาสได้ไปดูแสงเหนือนะครับ ครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆ ควรไปตอนที่ยังไหวครับ และควรไปหลายๆวันหน่อย เพราะบางทีโอกาสไม่เป็นใจเหมือนกัน อย่างน้อยๆ 3 คืนครับ น่าจะมีโอกาสเห็นสักวัน ถ้าได้ 5 คืนนี่เห็นแน่ๆ เสียดายก็แต่เวลาน้อยไปหน่อย ไม่งั้นคงไปที่ Nordkapp เหนือสุดของ Finland แล้วละ่

Email this post
อยากเห็นบ้างจัง ไม่รู้ว่าจะสวยขนาดไหน
ภาพนี้ “ไอ้ตัวขวาหมดแรง นอนแล้ว” ฮามากครับ
ประทับใจๆ
แถมราคาประหยัดมากเลย
น้องหมาไซบีเรียนฮัสกี้เป็นพันธุ์ที่ไนซ์ชอบที่สุดเลย
สงสัยแรงบันดาลมาจากการ์ตูนเรื่องยุ่งชะมัดเป็นสัตวแพทย์ที่เคยอ่านตอนเด็ก(กว่านี้)
ประทับใจๆ
แถมราคาประหยัดมากเลย
น้องหมาไซบีเรียนฮัสกี้เป็นพันธุ์ที่ไนซ์ชอบที่สุดเลย
สงสัยแรงบันดาลมาจากการ์ตูนเรื่องยุ่งชะมัดเป็นสัตวแพทย์ที่เคยอ่านตอนเด็ก(กว่านี้)
แต่เมืองนอกนี่บรรยากาศมันดูเหงาๆจริงๆ ไม่ค่อยชอบ
ชอบความคึกคักวุ่นวายแบบเมืองไทยนี่แหละ
เสียดายรูปแสงเหนือ ไม่ค่อยชัด และยังไงก็คงสวยสู้ของจริงไม่ได้ ซึ่งคงไม่มีวาสนาได้ไปดู (TT_TT)
แสงเหนือมันจะบางๆหน่อยครับ ถ่ายมาไม่ชัดถ้าใช้กล้องกิ๊กก๊อกอย่างผม ต้องใช้ขาตั้งด้วย ไม่งั้นไม่ติด เพราะมันประมาณแสงดาวเลย เห็นพวกฝรั่งเอา SLR กดกันยิกๆ ยักได้มาแบบน้อยมากๆ กำลังรอให้ส่งมาให้อยู่ ถ้าจะให้ชัดมากๆ อาจจะต้องออกไปขึ้นเขาที่ผมจองไม่ได้อ่ะครับ น่าจะชัดกว่านี้
แต่ของแบบนี้ต้องมองด้วยตาครับ ดูรูปถ่ายก็งั้นๆแหละ เพราะความสนุกมันอยู่ที่กว่าเราจะดั้นด้นไปให้ถึงนะครับ
(เชื่อไหมครับ คนสวีเดนส่วนใหญ่ก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน)
หมายเหตุ ถ้ามีตังก็ไม่ต้องลำบากแบบผมก็ได้นะ เขาไปกันโครมๆ ไม่เห็นจะลำบากแบบนี้เลย ถ้าวางแผนดีๆ จองนานๆ เพราะเพื่อนผมที่จะไปต่อจากนี้ ราคาที่ผมจ่ายเที่ยวได้ 2 คนเลยครับ
ยังมีฝรั่งเศส Paris แบบในมุมที่ไม่เคยเห็นด้วยนะ เอาไว้ post คราวหลังแล้วกัน
จริงๆผมมีวิดีโอด้วยนะ ตอนขี่เลื่อนหมา กับเดินในเมือง เดี๋ยวจะ up ให้ดู
อะ ชอบเทียวนะคะ อยากไปมั่งจังเลย อะ ถ้าไปแล้วจะติดต่อใครได้บ้างละค่ะ อยากไปอยุ่แบบตาม บ้านนอกก้ได้นะคะ หรือมีคนไทยที่ต้องการรับ พวกพี่ไว้เปนเพื่อนสักคนนะค่ะ อะจะได้รวมสมัครพรรคพวก ไปกันนะคะก้คง ประมาณ 2-3 คน นะคะ ไม่อยากรบกวน มากหรอกค่ะ คนไทย ที่ต้องการพาคนไทยไปอยุ่ ในบ้าน แบบโฮมเสตย์นะค่ะ ต้องการมีเพือนนะค่ะ
กลับเมื่อไรอะครับพี่ออย
อยากเห็นบ้างครับ มืดๆ เขียวๆ น่าดูคงเหมือนวิญญาณอวกาศ
สวัสดีค่ะ คุณ…เจ้าของเรื่อง
ก่อนอื่นต้องบอกว่าดีใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยค่ะดีเห็นคุณเขียนเรื่องนี้ เพิ่งเคยเข้ามาดูwebนี้ เพราะกำลังจะไป Kiruna .. คือจะพาคุณแม่ไป Scan ต้นเดือนเมษาค่ะ แต่ Backpack ไปเองค่ะ ไม่รู้ว่าคุณกลับเมืองไทยรึยังคะ เอ่อ… ถ้าจะขออนุญาตถามผ่าน e-mail ไม่ทราบจะเป็นการรบกวนมั๊ยคะ เช่นเรื่องอากาศ การเดินทางที่นั่น อีก108คำถามเลยอ่ะค่ะ เพราะถามคนอื่นมีข้อมูลน้อยมาก ไม่ค่อยมีคนไป ถ้าไม่ขัดข้องรบกวน mailที่ vtulyayon@yahoo.com แล้วจะmail ไปคุยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
ปล จะไปเมษาเห็นเค้าว่าโอกาสเห็นแสงเหนือแค่ 30% อิจฉาคุณจังค่ะ เพราะเค้าว่าบางคนไปเฝ้าแต่ฟ้าปิดก็ไม่เห็น คุณโชคดีจริงๆค่ะ ^-^
เพิ่มเติมเล็กน้อยค่ะ คือเข้าใจว่า webนี้ไม่ใช่ web ท่องเที่ยว แต่ดีใจจริงๆนะคะที่ได้เข้ามาอ่านเพราะใกล้เดินทางแล้ว คุณแม่เป็นห่วงอากาศทางโน้นมากเราก็ไม่รู้จะตอบยังไง เลยต้องรบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ^-^
อากาศเย็นนะครับ เอาเสื้อไปเยอะหน่อย คุณแม่อาจจะหนาวได้ ที่ Kiruna มีที่พักเยอะครับ จองไปก่อนก็ดี จะไ้ด้ไม่ต้องตกระกำลำบากแบบผม
พยากรณ์โอกาสเกิดแสงเหนือ
http://www.gedds.alaska.edu/AuroraForecast/
ขอให้สนุกครับ
ขอบคุณค่ะคุณ hoho จะไปสัปดาห์หน้าแล้วค่ะ อ้อ..จะไป Stockholm ด้วย คุณยังอยู่ที่นั่นหรือกลับมาแล้วคะ ^-^
แพงไม่ว่า แต่หนาวนี่สิครับ ขนาดหมายังขนฟูเลยครับ อิอิ
แพงไม่ว่าเหมือนกันครับ แต่หนาวนี้ไม่ค่อยเล่นด้วย
ผมว่าคุ้มมากครับ
น่าไปเทียวดีครับ
อยากไปเที่ยว…แต่ห่อเหี่ยวเรื่องเงินครับ
ขอให้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุขนะครับ
สุดยอดมากครับ ลุยได้ใจจริงๆ
เอาเรือรบมาฝากหน่อยซิครับ
จะเอาไปใส่ขวด อิอิ ๆ
สวยมากเลยครับ
อยากไปเที่ยวรอบโลก
เข้าใจว่า Ice Hotel อยู่ที่ Canada เมือง Quebec ที่คุณบอกว่า ขากลับไป Stockholm ก่อนเตรียมบินต่อไปยังฝรั่งเศสอีก โดยแวะไป Ice Hotel ใช่ที่ Canada หรือเปล่าคะ
ปุ๊ก
ตูจะรอจนถึงปีหน้าละกันนะออยคุง
อยากรบกวนถามพี่หน่อยคะ เกี่ยวกับ hotelที่พี่พักที่abisko ไปยังไงคะ คือ จะไปพักที่เดียวกันแต่เห็นพี่บอกว่าไปยากเลยอยากรบกวนถามทางหน่อยนะคะ จะไปพักวันที่ 27-02/03/09 ไม่ทราบว่าช่วงนี้จะมีแสงเหนือรึปาวคะ
ขอบคุณคะ
ตอบตอนนี้ไม่รู้ทันไหมนะครับ
ผมพักที่ Abisko http://abisko.net/ email ไปคุยเลย ประมาณ 175kr เลื่อนหมาก็ถูก 800kr – 1200kr ครับ นักเรียนลดราคาได้อีกนิด (มั้ง)
แต่ว่ามันไปยาก ไปนอนที่ Kiruna ดีกว่านะ เมืองใหญ่กว่า สะดวก ราคาใกล้ๆกัน ที่พักเพียบ เลือกเลย แต่ที่ผมไป Abiko เพราะ Kiruna มันเต็ม
เพราะ Abisko ต้องนั่งรถไฟไปจาก Kiruna อีก ซึ่งมีวันนึงเที่ยว 2 เที่ยวเองมั้ง ออกเช้าตรู่ 7.30 แต่เราต้องนอน Kiruna 1 คืนแน่ๆ ถ้าจะไปรถไฟ ไม่คุ้มๆ
แต่ที่ Abisko จะมีสถานีตรวจอากาศบนยอดเขา ที่นั่นจะมืดกว่าด้านล่าง อาจจะเห็นแสงเหนือชัดกว่า แต่ก็เสียตังขึ้นไป ถ้าสนใจลองหาดู http://www.abisko.nu เพราะมันมีที่นอนพร้อมเหมือนกัน นอนบนเขา น่าจะสนุก แต่เปิดเป็นวันๆเท่านั้น ต้องจอง
[...] 4. ออโรรา, แสงเหนือ (Aurora Borealis, Northern Light) ไปมาแล้ว “ไปดูแสงเหนือกัน” [...]