เขากลับมาแล้วครับกับขวัญใจของผมคนเดิม Jeff Bezos เผลอแป๊บเดียวเปิดตัวของเล่นใหม่ของเขาทันที โดยไม่มีข่าวคราวมาก่อนเลย ก็คือ Amazon Kindle หรือเครื่องอ่าน e-book นั้นเอง

แค่โพสท่าถ่ายรูปก็กินขาดทุกคนแล้ว
แน่นอน มันพิเศษกว่าเอา notebook หรือ pda มาอ่าน ebook ตรงที่เจ้า Kindle นั้นใช้ e-ink ที่ทำให้เราสามารถอ่านตัวหนังสือบนหน้าจอ ได้เหมือนอ่านหนังสือที่เป็นกระดาษจริงๆ ไม่ปวดตา ไม่สั่น (เทคโนโลยีนี้มีมาสักพักแล้วครับ มี 2-3 เจ้าทำเครื่องแบบนี้เหมือนกันเช่น Sony)
นอกไปจากนั้น มันยังเชื่อมต่อ Internet ได้เหมือนมือถือเชื่อมต่อเครือข่าย คือไม่ต้องหา HotSpot ให้ยุ่งยาก สามารถสมัครสมาชิกอ่าน blog หรือ หนังสือพิมพ์ online ทุกเช้าได้ทันที (เสียเงินรายเดือน) โดยเป็นลักษณะ push เข้ามา แถมยังมี Dict ในตัว และเข้าถึง Wiki ได้ฟรี ฯลฯ อีกมากมาย
ตามที่เพื่อนผมที่ชอบซื้อหนังสือจาก Amazon บ่อยกล่าวไว้ ถ้าคุณสั่งหนังสือ นิยาย ที่ Amazon คุณจะได้รับ e-book มาอ่านก่อนจนกว่าคุณจะได้รับหนังสือ ซึ่งผมก็เห็นมันอ่านจนเกือบจบทุกที แล้วหนังสือที่เป็นหนังสือจริงๆก็ขึ้นหิ้งไป ทำให้ผมคิดว่า Amazon ปล่อย วัฒนธรรม นี้จนมั่นใจในระดับนึงแล้วว่า ชนชาวอเมริกัน เริ่มคุ้นเคยกับการอ่าน e-book แล้ว จึงได้ผลิตเจ้า Kindle ออกมา
ผมเชื่อว่า ในไม่ช้าสิ่งนี้จะเป็นการปฏิวัติการอ่านหนังสือ เหมือนที่ Amazon เคยทำมาแล้วในอดีตกับการซื้อหนังสือผ่าน Internet
เท่าที่ผมดูวิดีโอสาธิตเครื่องนี้ ผมค่อนข้างประทับใจนะ เพราะความสามารถในการเชื่อมต่อ online, การสั่งซื้อหนังสือ ที่ให้ราคาถูกลงมาก หรือการอ่านจากจอกลางแจ้ง รวมๆแล้วน่าจะดีทีเดียว แต่แน่นอนตอนนี้ยังน่าจะทดสอบตลาดใน USA ก่อน แต่ผมคาดว่ารุ่นใหม่ที่จะออกมานั้น น่าจะได้รับความนิยมกว่านี้ เมื่อเครื่อง e-ink มีราคาถูกลง และแสดงผลได้หลายสี
แต่อาจจะมีข้อเสียอยู่บ้างกับการที่เก็บเงินแทบทุกบริการ เช่น อ่าน blog ก็เสียเดือนละ $0.99 เพื่อให้ส่งข้อมูลมาที่เครื่อง Kindle หรือหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารชั้นนำ เดือนละ $1.99 แต่จะว่าไป มันก็ดูเล็กน้อยมากสำหรับคนอเมริกัน
เครื่องนี้จะรุ่งหรือรอด นี่จะเป็นไพ่ตายของ Amazon เลยหรือไม่? ผมมองว่าเครื่องนี้จะรอด ในระยะยาว หรือ version 2 - 3 ที่ราคาถูกลง และผู้ใช้คุ้นเคยมากขึ้น ส่วนจะเป็นไพ่ตายของ Amazon ไหม? ผมว่าไม่เกี่ยวอะไรกันเลย แค่เป็น Service พิเศษอย่างนึงดีกว่า ถ้า Work ก็นั่งนับเงินเพิ่ม ถ้าไม่ Work ก็ขายหนังสือได้อยู่ดี ส่วนสำนักพิมพ์ก็ไม่เสียอะไรเลย เพราะของมันมีอยู่แล้ว ส่วนลูกค้าก็ได้ซื้อหนังสือถูกลง งานนี้ win win ของแท้ครับ
ว่าแต่เมื่อไรพี่จีน จะก๊อปมาขายบ้างนะ
Tags: Amazon, e-ink, kindle
เพิ่งบ่นไปแหม๊บๆว่าให้ระวัง Google วันดีคืนนี้จะลุกขึ้นมาทำอะไรแข่งกับ Facebook คล้อยหลังแป๊บเดียวก็ออกบริการใหม่ที่มีชื่อว่า OpenSocial ขึ้นมา (ตอนนี้ยังเข้าไม่ได้นะ รออีก 2-3 วัน) ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะตรงกับใจของหลายๆคนเลยทีเดียว
เพราะมันมีปัญหานึงที่หลายๆคนคงเห็นคือ ไอ้เ้จ้า Social Network ที่มันมีหลายเจ้าเนี่ย ส่วนใหญ่เพื่อนใครอยู่ที่ไหนมาก เราก็มักจะใช้เว็บนั้น อย่างถ้าเรามีเพื่อนเล่นอยู่ Hi5 เป็นพันๆคน เราคงไม่อยากไปก่อร่างสร้างตัวใหม่ที่ Facebook หรอก จริงไหม?
ก็เลยคิดกันว่าถ้ามี Social Network สักเจ้า ที่สามารถ Import เพื่อนฝูง หรือ profile ของเรามาได้ ก็คงจะดี แต่คงลำบากเพราะไม่มีใครเปิดให้ใช้ API แล้วอีกอย่างใครมันจะทุบหม้อข้าวตัวเอง เพราะถ้ามีขึ้นมา เกมส์ผู้นำอาจจะเปลี่ยนได้ทันที
แต่เรื่องนี้ในที่สุดก็เกิดขึ้นมาได้ เพราะ Facebook แท้ๆ ที่เปิดเกมส์ Open API ขึ้นมา ทำให้ Google สนใจ (อาจจะสนใจก่อนแล้วก็ได้) จะทำ API สักตัว ที่สามารถ import เพื่อนข้าม platform (web) ได้ แต่ปัญหามันอยู่ที่ Social Network เจ้าอื่นๆ ไม่พร้อมไม่อยาก หรือไม่มี API นะสิ
ว่าแล้ว Google ก็แอบทำการเจรจาต่อรองแบบลับๆ ว่า เอาละ ตอนนี้เจ้า Facebook มันชักจะข้ามหน้าข้ามตาขาใหญ่อย่างเรามากเกินไปแล้ว ก็เลยไปเสี้ยมบรรดา Social Network รายอื่นๆ เช่น Orkut, Salesforce, LinkedIn, Ning, Hi5, Plaxo, Friendster, Viadeo ,Oracle, Flixster, iLike, RockYou และ Slide บอกว่าจะปล่อยให้ขาใหญ่ Facebook และ MySpace ใหญ่ไปกว่านี้น่าจะลำบาก พวกเจ้าจะเจ๊งกันหมด เรามาจับมือตีพวกนั้นกันเถอะ
อย่างแรกเลย เราต้องเอา Developer ที่ทำ App ให้ Facebook (MySpace ในอนาคตอันใกล้) มาเป็นพันธมิตรเราให้ได้ โดย Google จะทำ API ให้แบบใช้ง่ายๆ ไม่ต้องเรียนรู้มาก แค่ใช้ HTML กับ JavaScript ก็ำพอ จะได้ดึงพวกนั้นมาให้หมด พอมากันหมดแล้ว Facebook และ MySpace ก็จะหงอยและนิ่งไปเอง เพราะไม่มีใครพัฒนา App ให้ platform จะดีแค่ไหน ไม่มีคนใช้ก็จ๋อย 555

ว่าแล้วทุกคนก็จับมือกันด้วยดี พร้อมเปิด core ให้ Google เข้าไปจัดการ โดยที่ API นี้สามารถดึง
- Profile ของ User
- ข้อมูลเพื่อนของเรา หรือ Social Graph (ศัพท์ใหม่ที่ปลิวหว่อนในงาน FOWA)
- กิจกรรมของเรา (อันนี้ไม่แน่ใจ อาจจะเป็นพวก feed หรืออะไรก็แล้วแต่)
Google ตอนนี้ก็ยิ้มร่า เพราะตัวเองไม่ต้องทำ Social Network เองแล้ว เสียเวลาสร้าง Users เองทำไม กว่าจะใหญ่เป็น 10 ล้านคน ลำบาก เปิด API ปุ๊บ สามารถเข้าถึงข้อมูลของพันธมิตรได้ทุกเจ้าเลย
ยังไม่พอ เดี๋ยวต่อไปรับรองว่าจะเกิดเหตุการณ์ Import เพื่อนจาก Facebook เข้า Hi5, จาก MySpace เข้า LinkIn, จาก Ning เข้า Friendster แน่นอน เพราะตอนนี้ทุกที่มี API เป็นของตัวเองกันหมดแล้ว ซึ่งทำให้ข้อได้เปรียบของ Facebook จะลดถอยลงเรื่อยๆ ต่อไปต้องไปแข่งกันที่ด้านอื่นแทน (อารมณ์มือถือเบอร์เดียว ใช้กับเครือข่ายไหนก็ได้ ต้องไปแข่งกันที่บริการด้านอื่นแทน) ซึ่งสงครามนี้ลำบากมากๆสำหรับหนุ่มมาร์ค
และเหมือนเดิมครับ Google นอนหัวเราะเหงือกแห้งอยู่ที่บ้าน พร้อมรอรับข้อมูลที่สำคัญมากๆจาก Social Network แทบทุกเจ้า ที่ต่อไปจะมีนัก Developer นับพัน จัดการดึงผ่าน API มาให้ ไม่แน่ ข้อมูลที่ได้อาจจะมากเป็น ร้อยๆล้าน Users เลยก็ได้
ที่แน่ๆ motto ประจำ Google ที่ว่า Don’t do evil ผมไม่เคยเชื่อว่ามันมีจริงตั้งแต่ Eric Schmidt เข้ามากุมบังเหียน Google แล้ว
ไปๆมาๆ Google ที่ทุกคนชอบนัก วันนี้จะทำตัวหนักกว่า Microsoft ในอดีตเสียอีก โลกมันเปลี่ยนไปครับ
หมายเหตุ: เรื่องราวการติดต่อของ Google กับพันธมิตรเป็นเพียงจินตนาการของผมแต่เพียงผู้เดียว ส่วนเีรื่อง API เป็นเรื่องจริงและการข้าม platform ระหว่าง Social Network ของ Users รับรองว่าเกิดแน่ๆในอนาคตอันใกล้ ฟันธง!
Update: MySpace และ SixApart (เจ้าของ Movable Type, LiveJournal,TypePad) ประกาศเข้าร่วมกับ Google แล้ว เท่ากับว่าตอนนี้ FaceBook ถูกบีบให้เหลือตัวคนเดียว ซึ่งจะร่วมหรือไม่นั้น อีกไม่นานเกิน 24 ชม. รู้ แต่ลึกๆ ผมเชื่อว่าตามาร์คน่าจะไม่เข้าร่วมกับ Google ผมว่า ego แกสูงพอที่จะลุยตามสิ่งที่แกเชื่อ เหมือนกับที่ปฏิเสธเงินจำนวน $1 พันล้านที่ Yahoo ยื่นให้เพื่อซื้อกิจการ เพราะถ้าเข้าร่วมกับ Google มันก็หมดสนุกกันพอดี
Tags: facebook, google, open social, opensocial, social graph
แต่ผมไม่นะ บอกไปแล้วครั้งนึงว่าผมไม่ชอบ Mark เท่าไร (เรียกว่าไม่ถูกชะตา จะเพราะกว่า) หน้าเขาดูโกงๆไงไม่รู้ 555 (ดูรูปประกอบ โปรดใช้วิจารณญาณ)

อย่าหาว่าผมมันพวกขวางโลก (online) หรืออะไรก็แล้วแต่นะ แต่ไม่รู้สิ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ต้องขออภัยด้วย ไม่เกี่ยวกับที่จะเขียนเลย
เข้าเรื่องดีกว่า
Read more…
Tags: ad, facebook, mark zuckerberg, microsoft, stake
เนื่องจากว่าผมไม่สามารถตามไปตอบ Comments ทั้งหมดใน blog ได้ เนื่องจากว่าขี้เกียจมาก ขนาด blog ยังไม่ค่อย update เลย 55
ผมขออนุญาตตอบคำถามรวมๆไว้ ณ. ที่นี่นะครับ
1. ติดตั้ง Wordpress ไม่สำเร็จ ทำไงดี?
บทความเกี่ยวกับ Wordpress เป็นบทความแรกที่ผมเขียนขึ้นมาเลยทีเดียว และได้รับความนิยมสูงสุดขีด แต่หลังๆมันไม่ค่อยมีอะไรให้เขียนถึงมากแล้วก็เลยเพลาๆไป
ขอตอบเลยนะครับ
- เครื่องของท่านสามารถจำลองตัวเองเป็น server ได้หรือไม่? มี php, mysql ติดตั้งในเครื่องหรือเปล่า? ถ้าไม่มีก็ไปหามาครับ ถ้าจะติดตั้งเล่นที่เครื่อง ส่วนถ้าจะติดตั้งบน hosting ที่เช่าไว้ ก็สอบถามผู้ให้บริการได้ครับ
- ได้อ่านและทำตามบทความเรื่องนี้หรือยัง มีภาพประกอบด้วยนะ วิธีติดตั้ง Wordpress , วิธีติดตั้ง Wordpress ภาคต่อ
- ถ้าอ่านแล้วทำตามแล้ว ยังติดตั้งไม่ได้ หรือมี error ประหลาดๆ ที่บางทีอาจจะเกิดจากอย่างอื่นที่ไม่ใช่ตัว Wordpress แนะนำให้ post ถามที่ thaiwp.com ครับ ถึงคนจะน้อย แต่ก็พอมีคนตอบบ้าง
- ถ้ายังไม่ได้อีก แนะนำให้หาเพื่อนมาสักคน ที่เก่ง Eng หน่อย หรือคุณเองก็ได้ เข้าไปอ่าน Doc ของ Wordpress หรือ copy error ไปแปะใน Google ครับ รับรองช่วยได้
2. อยากเริ่มทำ Adsense ต้องทำยังไง?
Adsense และวิธีหาเงินบน Internet เป็นอีกเรื่องที่หลายๆท่าน (รวมทั้งผม) ให้ความสนใจ แต่หลังๆผมก็ไม่รู้จะบอกอะไรเหมือนกันครับ บอกพื้นฐานไปเกือบหมดแล้ว มากกว่านั้นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญที่ทำเงินได้เยอะๆช่วยบอกต่อละครับ อิอิ
Adsense ไม่ใช่ทางรวยทางลัดครับ แต่เนื่องจากมันง่ายที่จะเริ่ม คนก็เลยสนใจกันมาก
ผมอยากให้หลายๆท่านเข้าใจ concept นี้ก่อน ว่า Adsense คือผู้ที่หาโฆษณามาลงให้ท่าน โดยท่านไม่ต้องวิ่งไปหาเอง คิดง่ายๆว่าเหมือนท่านทำรายการทีวี แต่ไม่ต้องหา sponsor เอง แต่มีคนหาให้ แต่จะได้เงินมากเงินน้อยนั้นอีกเรื่อง ท่านทำรายการดี คนดูเยอะ sponsor ก็มีคุณภาพ มีจำนวนมาก รายได้ดี ท่านทำรายการห่วย ไม่มีคนดู sponsor ก็ไม่จ่ายตังครับ
แต่เผอิญว่าตอนนี้มันมี 2 ทางที่นิยมมากๆ ให้เลือกทำ
1. ทำเว็บเนื้อหาดีๆ คนเข้าเยอะๆ
2. ทำเว็บเยอะๆ ไม่ต้องสนใจเนื้อหาเท่าไร หว่านแห่
ผมไม่บอกว่าอะไรถูกไม่ถูก อะไรดี อะไรควรไม่ควร ลองเลือกกันเองแล้วกันครับ แนะนำ thaiseoboard กับ seo.in.th ครับ เข้าไปอ่านกระทู้ในนั้น ได้อะไรมากมายครับ
อยากได้ความรู้ต้องลงทุนครับ จะลงทุนเวลา (ไปนั่งอ่านกระทู้เอา) ลงทุนเงิน (หาหนังสืออ่าน, สัมมนา) ก็แล้วแต่ชอบครับ ส่วนผม นั่งอ่านกระทู้ก็ได้ความรู้มากมายแล้วครับ พอจะเริ่มทำได้แล้ว แต่จะให้บอกวิธีทำ 1, 2, 3 เอาง่ายๆเร็วๆ ผมว่ามันง่ายไปครับ แหม จะทำธุรกิจยังต้องศึกษากันตั้งนาน Adsense จะอ่านปุ๊บทำปั๊บ เร็วไปแล้วโอกาสพลาดมีสูงครับ ไม่ต้องรีบร้อนครับ เว็บยังไม่มี สมัครไปโดนปฏิเสธเปล่าๆครับ
อ้อ มันยังมีวิธีหาเงินบน Internet แบบอื่นอีกนะ ที่ไม่ง้อ Adsense พวก affiliate นี่ก็แจ๋ว ลองไปดูได้ที่ จะทำเงินจาก blog ได้อย่างไร
3. ขอเอาบทความไปลงหน่อย
ได้ครับ ยินดีมาก ทำ link กลับมาให้ด้วยนะ แล้วเขียนบอกผมหน่อยก่อนเอาไปนะครับ ส่งมาที่ email ก็ได้ hoho AT basicstep.net ครับ
4. ทักทาย, ขอบคุณ
ขอบคุณทุกๆความเห็นครับ หวังว่าบทความที่ผมเขียนเป็นคงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยแหละครับ หวังว่าจะมาเยี่ยมกันบ่อยๆนะครับ แล้วผมก็จะหาโน้นหานี่มาเล่าสู่กันฟังเรื่อยๆนะครับ
ไม่มีอะไรมากครับ พอดี upgrade เป็น wordpress 2.3 แล้วก็เลยถือโอกาสเปลี่ยนหน้าตาใหม่ด้วยเลย
การ update ไม่มีอะไรแปลกไปกว่าเดิมครับ แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังพลาด ไป import tag ทำให้ category หายไป link ก็เลยผิดหมด โชคดีที่ทำตาม step คือ backup database ไว้ก่อนเสมอ ไม่งั้นเดี้ยงแน่ๆ
สำคัญนะครับ backup database และ files ก่อนทำการ upgrade wordpress เสมอ ทุกครั้ง
ว่าแล้วก็มาทบทวนวิธีการ upgrade wordpress กันหน่อย ซึ่งผมใช้วิธีนี้แทบทุกครั้งเวลา upgrade wordpress ทุก version ตั้งแต่ 2.0 ขึ้นไป
วิธีนี้ใช้ได้ตั้งแต่ version 2 ขึ้นไปนะ
1. ไป download wordpress version ล่าสุดมาก่อน แตก zip รอไว้เลย
2. ทำการ backup files ทั้งหมดของ wordpress เก็บไว้ แล้วก็ backup database ไว้ด้วย สำคัญมากๆ (ทดสอบด้วยว่าใช้งานได้ แตก zip ออก)
3. Login เข้า Admin แล้ว deactivate plugin ให้หมด
4. จัดการลบ files และ folder ทิ้ง ยกเว้น ยกเว้น ยกเว้น
- wp-config.php
- /wp-content/ (แต่ /wp-content/cache และ wp-content/plugins/widgets ควรลบ)
- /wp-images/
- /wp-includes/languages/ (ถ้าลงภาษาไทยไว้ก็ห้ามลบทิ้งนะ)
- .htaccess (ถ้ามี)
- robots.txt (ถ้ามี)
5. upload files อันใหม่ทับอันเก่าให้หมดเลย
6. เรียกตัว upgrade ที่ URL เช่น http://example.com/wp-admin/upgrade.php หรือ http://example.com/blog/wp-admin/upgrade.php ถ้าอยู่ใน sub folder
7. ไป activate plugin ให้เรียบร้อย (ระวัง plugin เก่าไม่สนับสนุน version ใหม่ ต้องไปหา update ด้วย)
เสร็จล่ะ ง่ายจัง
อ้อ เพิ่งนึกได้ว่าเคยเขียนวิธีแบบละเอียดอยู่เหมือนกัน ลองอ่านดูนะครับ ใช้ได้เหมือนกัน วิธี upgrade wordpress จาก 2.0.3 เป็น 2.0.4
Tags: 2.3, backup, update, uprade, Wordpress