พาทัวร์ Facebook Datacenter ใหม่
ตอนนี้ Facebook ได้มี Datacenter เป็นของตัวเองแล้ว เป็นของตัวเองในที่นี้หมายถึง ออกแบบ Datacenter เอง และออกแบบ Server เอง (เหมือนที่ Google ได้ออกแบบเครื่อง Server ไว้ใช้เอง) แต่ของ Facebook เขาเปิด Open ให้ใครก็ได้ไปใช้งาน เรียกว่า Open Compute Project มีตั้งแต่การออกแบบ case , mainboard ไปจนถึง Datacenter ซึ่งแรกเริ่มทำโดยวิศวกรแค่ 3 คนเอง โจทย์คือการออกแบบเครื่องที่ประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดงบสุด ซึ่งผลคือได้ Server ที่ได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 38% และใช้ cost น้อยลง 24% สุดยอดจริงๆ
เราลองไปดูกันดีกว่าว่าหน้าตาของ Datacenter ที่ไฮเทคแห่งหนึ่งในโลกจะเป็นอย่างไร

ดูกันดารแฮะ Datacenter ที่ Prineville, Oregon, USA

ธง Facebook มาถูกที่แล้ว

ป้าย Facebook เด่นเป็นสง่า

Thomas Furlong จาก Facebook เป็นคนดูแลการทำงานที่นี่

ด้านขวาเป็นสเปย์ฉีดน้ำปรับอุณหภูมิ ด้านซ้ายเป็นกรองอากาศ ใหญ่มากๆ

แผนผัง สังเกตมีโลโก้ Facebook ด้วย

พัดลมขนาด 5 แรงม้า
คำถามที่หลายคนอยากรู้ว่า Server Spec เป็นยังไงบ้า ลองดูจาก Spec ของ Open Compute แล้วนะ ใส่ Ram ได้ 24 ช่อง ก็ร่วมๆ 384 GB เท่านั้น (ถ้าใส่แรมเต็มๆ) ส่วน CPU ก็แค่ 2 ตัวเท่านั้นต่อ 1 เครื่อง เดาน่าจะใช้ SSD มากกว่า HDD นะ
ส่วนที่ Datacenter ตั้งในเมืองเล็กๆนั้นก็เพราะว่า อากาศ ความชื้นเหมาะสม แล้วก็มี fiber optic ผ่านพอดี
Update: เผื่อยังไม่เห็น Board ออกแบบเอง

Board AMD

Board Intel
Source: scobleizer.com
ฤา การเมืองจะเข้าสู่สงครามโลก Cyber
ปกติผมจะไม่ค่อยคิดว่านักการเมืองบ้านเราจะทันสมัยอะไรกับชาวบ้านเขาเท่าไรนัก แค่ลุ้นให้ทำงานกันก็เหนื่อยแล้ว ยิ่งหลังๆดูเหมือนจะแบ่งข้างกันชันเจนว่าฝ่ายไหนฝ่ายไหน ตีกันไปมาตามหน้าหนังสือพิมพ์ ขโมยซีน ชิงพื้นที่สื่อกันสนุกสนาน แต่เผอิญว่าข่าวนี้ใกล้กับ New Media เลยต้องเอามาพูดหน่อย เดี๋ยวจะเอาท์
เมื่อก่อนเราจะเห็นนักการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลออกมาอัดกันผ่านหน้าหนังสือพิมพ์หรือทีวี แต่เดี๋ยวนี้เราเริ่มจะได้เห็นนักการเมืองไทยย้ายขึ้นไปใช้สื่อใหม่ (New Media) อย่างบรรดา Social Media ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือ Hi5 เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้บริโภคสื่อแบบเดิมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น คนทำงาน อายุไม่เกิน 35 นับว่าเป็นการจับจองกลุ่มคนที่ค่อนข้างจะเป็นหัวๆ มีพลังที่จะทำอะไรสักอย่าง และดูเป็นฐานเสียงที่จะเป็นกำลังสำคัญเลยทีเดียว
แน่นอนว่าการจะเข้าถึงคนกลุ่มที่ว่ามานี้ง่ายที่สุดก็คือกระโดดเข้าไปกลางวง กลางที่ๆเขาอยู่กัน Facebook และ Twitter จึงกลายเป็นกระแสขึ้นมาในไทยทันที (หลังจากที่ Hi5 ดูจะเอ้าท์ๆไปแล้ว)
ผมลองมาไล่ๆจากข่าวและที่เคยๆเห็นมา น่าแปลกใจมาก! ที่พรรคเพื่อไทยของคุณ ทักษิณ ชินวัตร กลับใช้ New Media น้อยและช้ากว่าที่คิด ผิดกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ภาพลักษณ์ดูเชย โบราณ กลับกลายเป็นว่ามีคนเล่นเยอะกว่าเพื่อน
ประชาธิปัตย์
1. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
twitter: @PM_abhisit
facebook: http://www.facebook.com/pages/Abhisit-Vejajiva/17171146143
2. กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ
twitter: @korbsak
3. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย
twitter: @satittrang
facebook: http://www.facebook.com/satittrang
4. กรณ์ จาติกวณิช
twitter: @KornDemocrat
facebook: http://www.facebook.com/pages/Korn-Chatikavanij/71254499739
5. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
twitter: @aoodda
6. อภิรักษ์ โกษะโยธิน
twitter: @apirak_news
facebook: http://www.facebook.com/apirakkosayodhin
7. อลงกรณ์ พลบุตร
twitter: @ponlaboot
เพื่อไทย (อดีตไทยรักไทย พลังประชาชน)
1. ทักษิณ ชินวัตร
twitter: @thaksinlive
2. จาตุรนต์ ฉายแสง
twitter: @chaturon @ChaturonNetwork
3. สุรนันท์ เวชชาชีวะ
twitter: @suranand
*หลายๆ account ไม่แน่ใจว่าตัวจริงทำเองหรือไม่
สำหรับเมืองนอกคงไม่ต้องพิสูจน์แล้วว่า New Media นั้นมีอิทธิพลต่อคนสมัยนี้อย่างไร ยกตัวอย่าง นาย โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐนั่นไงที่ใช้ New Media ได้ดีจนชนะการเลือกตั้งและเป็นแบบอย่างให้หลายประเทศไปเลียนแบบ
เพียงแต่ผมไม่อยากให้เรื่องความสนใจในด้านเทคโนโลยีของบรรดานักการเมืองทั้งหลายเป็นเพียงแค่กระแสเพื่อเอามาเกทับ บลัฟกัน ว่าใครทำก่อนทำหลัง แล้วก็จบๆไป แต่อยากให้ท่านๆใช้ New Media เป็นช่องทางในการสื่อสารที่เข้าถึงผู้คนได้มีประสิทธิภาพและดูใกล้ชิดกว่าที่เคยมีมา แล้วเชื่อในเทคโนโลยีว่ามันมีประโยชน์ และกลับไปใช้เทคโนโลยีนำในการพัฒนาประเทศต่อไป
สาธุ
โฆษณา เลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯของ “ปลื้ม” ใน Facebook
เห็นแว๊บๆที่แถบด้านขวา แอบเนียนมาโฆษณาใน Social Network ยอดนิยมอย่าง Facebook กับ โฆษณาให้ช่วยเลือก “ปลื้ม” หรือ ม.ล. ณัฏฐกร เทวกุล ส่วนคนอื่นอาจจะมี แต่ผมยังไม่เห็นแฮะ

OpenSocial ฤา Google หมดรัก Facebook แล้ว?
เพิ่งบ่นไปแหม๊บๆว่าให้ระวัง Google วันดีคืนนี้จะลุกขึ้นมาทำอะไรแข่งกับ Facebook คล้อยหลังแป๊บเดียวก็ออกบริการใหม่ที่มีชื่อว่า OpenSocial ขึ้นมา (ตอนนี้ยังเข้าไม่ได้นะ รออีก 2-3 วัน) ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะตรงกับใจของหลายๆคนเลยทีเดียว
เพราะมันมีปัญหานึงที่หลายๆคนคงเห็นคือ ไอ้เ้จ้า Social Network ที่มันมีหลายเจ้าเนี่ย ส่วนใหญ่เพื่อนใครอยู่ที่ไหนมาก เราก็มักจะใช้เว็บนั้น อย่างถ้าเรามีเพื่อนเล่นอยู่ Hi5 เป็นพันๆคน เราคงไม่อยากไปก่อร่างสร้างตัวใหม่ที่ Facebook หรอก จริงไหม?
ก็เลยคิดกันว่าถ้ามี Social Network สักเจ้า ที่สามารถ Import เพื่อนฝูง หรือ profile ของเรามาได้ ก็คงจะดี แต่คงลำบากเพราะไม่มีใครเปิดให้ใช้ API แล้วอีกอย่างใครมันจะทุบหม้อข้าวตัวเอง เพราะถ้ามีขึ้นมา เกมส์ผู้นำอาจจะเปลี่ยนได้ทันที
แต่เรื่องนี้ในที่สุดก็เกิดขึ้นมาได้ เพราะ Facebook แท้ๆ ที่เปิดเกมส์ Open API ขึ้นมา ทำให้ Google สนใจ (อาจจะสนใจก่อนแล้วก็ได้) จะทำ API สักตัว ที่สามารถ import เพื่อนข้าม platform (web) ได้ แต่ปัญหามันอยู่ที่ Social Network เจ้าอื่นๆ ไม่พร้อมไม่อยาก หรือไม่มี API นะสิ
ว่าแล้ว Google ก็แอบทำการเจรจาต่อรองแบบลับๆ ว่า เอาละ ตอนนี้เจ้า Facebook มันชักจะข้ามหน้าข้ามตาขาใหญ่อย่างเรามากเกินไปแล้ว ก็เลยไปเสี้ยมบรรดา Social Network รายอื่นๆ เช่น Orkut, Salesforce, LinkedIn, Ning, Hi5, Plaxo, Friendster, Viadeo ,Oracle, Flixster, iLike, RockYou และ Slide บอกว่าจะปล่อยให้ขาใหญ่ Facebook และ MySpace ใหญ่ไปกว่านี้น่าจะลำบาก พวกเจ้าจะเจ๊งกันหมด เรามาจับมือตีพวกนั้นกันเถอะ
อย่างแรกเลย เราต้องเอา Developer ที่ทำ App ให้ Facebook (MySpace ในอนาคตอันใกล้) มาเป็นพันธมิตรเราให้ได้ โดย Google จะทำ API ให้แบบใช้ง่ายๆ ไม่ต้องเรียนรู้มาก แค่ใช้ HTML กับ JavaScript ก็ำพอ จะได้ดึงพวกนั้นมาให้หมด พอมากันหมดแล้ว Facebook และ MySpace ก็จะหงอยและนิ่งไปเอง เพราะไม่มีใครพัฒนา App ให้ platform จะดีแค่ไหน ไม่มีคนใช้ก็จ๋อย 555

ว่าแล้วทุกคนก็จับมือกันด้วยดี พร้อมเปิด core ให้ Google เข้าไปจัดการ โดยที่ API นี้สามารถดึง
- Profile ของ User
- ข้อมูลเพื่อนของเรา หรือ Social Graph (ศัพท์ใหม่ที่ปลิวหว่อนในงาน FOWA)
- กิจกรรมของเรา (อันนี้ไม่แน่ใจ อาจจะเป็นพวก feed หรืออะไรก็แล้วแต่)
Google ตอนนี้ก็ยิ้มร่า เพราะตัวเองไม่ต้องทำ Social Network เองแล้ว เสียเวลาสร้าง Users เองทำไม กว่าจะใหญ่เป็น 10 ล้านคน ลำบาก เปิด API ปุ๊บ สามารถเข้าถึงข้อมูลของพันธมิตรได้ทุกเจ้าเลย
ยังไม่พอ เดี๋ยวต่อไปรับรองว่าจะเกิดเหตุการณ์ Import เพื่อนจาก Facebook เข้า Hi5, จาก MySpace เข้า LinkIn, จาก Ning เข้า Friendster แน่นอน เพราะตอนนี้ทุกที่มี API เป็นของตัวเองกันหมดแล้ว ซึ่งทำให้ข้อได้เปรียบของ Facebook จะลดถอยลงเรื่อยๆ ต่อไปต้องไปแข่งกันที่ด้านอื่นแทน (อารมณ์มือถือเบอร์เดียว ใช้กับเครือข่ายไหนก็ได้ ต้องไปแข่งกันที่บริการด้านอื่นแทน) ซึ่งสงครามนี้ลำบากมากๆสำหรับหนุ่มมาร์ค
และเหมือนเดิมครับ Google นอนหัวเราะเหงือกแห้งอยู่ที่บ้าน พร้อมรอรับข้อมูลที่สำคัญมากๆจาก Social Network แทบทุกเจ้า ที่ต่อไปจะมีนัก Developer นับพัน จัดการดึงผ่าน API มาให้ ไม่แน่ ข้อมูลที่ได้อาจจะมากเป็น ร้อยๆล้าน Users เลยก็ได้
ที่แน่ๆ motto ประจำ Google ที่ว่า Don’t do evil ผมไม่เคยเชื่อว่ามันมีจริงตั้งแต่ Eric Schmidt เข้ามากุมบังเหียน Google แล้ว
ไปๆมาๆ Google ที่ทุกคนชอบนัก วันนี้จะทำตัวหนักกว่า Microsoft ในอดีตเสียอีก โลกมันเปลี่ยนไปครับ
หมายเหตุ: เรื่องราวการติดต่อของ Google กับพันธมิตรเป็นเพียงจินตนาการของผมแต่เพียงผู้เดียว ส่วนเีรื่อง API เป็นเรื่องจริงและการข้าม platform ระหว่าง Social Network ของ Users รับรองว่าเกิดแน่ๆในอนาคตอันใกล้ ฟันธง!
Update: MySpace และ SixApart (เจ้าของ Movable Type, LiveJournal,TypePad) ประกาศเข้าร่วมกับ Google แล้ว เท่ากับว่าตอนนี้ FaceBook ถูกบีบให้เหลือตัวคนเดียว ซึ่งจะร่วมหรือไม่นั้น อีกไม่นานเกิน 24 ชม. รู้ แต่ลึกๆ ผมเชื่อว่าตามาร์คน่าจะไม่เข้าร่วมกับ Google ผมว่า ego แกสูงพอที่จะลุยตามสิ่งที่แกเชื่อ เหมือนกับที่ปฏิเสธเงินจำนวน $1 พันล้านที่ Yahoo ยื่นให้เพื่อซื้อกิจการ เพราะถ้าเข้าร่วมกับ Google มันก็หมดสนุกกันพอดี
ใครๆก็รัก Facebook
แต่ผมไม่นะ บอกไปแล้วครั้งนึงว่าผมไม่ชอบ Mark เท่าไร (เรียกว่าไม่ถูกชะตา จะเพราะกว่า) หน้าเขาดูโกงๆไงไม่รู้ 555 (ดูรูปประกอบ โปรดใช้วิจารณญาณ)

อย่าหาว่าผมมันพวกขวางโลก (online) หรืออะไรก็แล้วแต่นะ แต่ไม่รู้สิ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ต้องขออภัยด้วย ไม่เกี่ยวกับที่จะเขียนเลย
เข้าเรื่องดีกว่า
Recent Post
- พาทัวร์ Facebook Datacenter ใหม่
- เว็บข่าว Digital Business ไทยๆ Thumbsup.in.th
- เปรียบเทียบ iPhone 4 กับ iPhone 3GS
- ปลูกผัก (Facebook) VS ปลูกผัก (จริง) [InfoGraphic]
- Google Instant
- Upgrade WordPress เป็น 3.0.1 เสียที
- ฤา การเมืองจะเข้าสู่สงครามโลก Cyber
- Adsense ปรับขนาด font ได้แล้ว
- เปรียบเทียบ iPhone 3G กับ iPhone 3GS
- สรุป WWDC 2009 กับ iPhone 3GS
Categories
- Adsense (26)
- Amazon (5)
- Apple (4)
- Blog Tips (22)
- Build Traffic (3)
- Check Photo (5)
- Chitika (5)
- Facebook (2)
- Google (4)
- Life (1)
- Make Money (22)
- Plugin (8)
- Search Engine Optimization (1)
- Sweden (1)
- Talks (57)
- Technology (17)
- Themes (2)
- Travel (2)
- Web 2.0 (9)
- Web Business (19)
- Wordpress (29)
- Youtube (1)






