Talks, Web Business

ใครๆก็รัก Facebook

แต่ผมไม่นะ บอกไปแล้วครั้งนึงว่าผมไม่ชอบ Mark เท่าไร (เรียกว่าไม่ถูกชะตา จะเพราะกว่า) หน้าเขาดูโกงๆไงไม่รู้ 555 (ดูรูปประกอบ โปรดใช้วิจารณญาณ)

อย่าหาว่าผมมันพวกขวางโลก (online) หรืออะไรก็แล้วแต่นะ แต่ไม่รู้สิ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ต้องขออภัยด้วย ไม่เกี่ยวกับที่จะเขียนเลย

เข้าเรื่องดีกว่า

ก่อนอื่นใครที่ไม่รู้จัก Facebook เนี่ย ขอแนะนำหน่อยว่า Facebook เป็น Social Network ขนาดใหญ่ ตอนนี้มี สมาชิกประมาณ 50 ล้านรายตั้งมาเมื่อปี 2004 โดย เด็กหนุ่มที่มีชื่อว่า Mark Zuckerberg จาก Harvard ที่ตอนนี้อายุ 23 ปีเท่านั้น แรกก็เป็นเว็บแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อนฝูงในวงมหาลัยเท่านั้น หลังๆก็ขยายไปมหาลัยดังๆ จนกระทั่งเมื่อปลายปีที่แล้วเปิดให้ใครก็ได้มาสมัครใช้บริการ เท่านั้นแหละคนก็พุ่งพรวดๆๆๆๆ

ใครนึกไม่ออกว่า Facebook เป็นยังไง นึกถึง Hi5 หรือ MySpace ไว้นะครับ ลักษณะเดียวกันเลย

ก่อนหน้านั้นก็ดังอยู่ทีนึงครับ ที่ใครๆก็ยกให้เป็น Hero ของวงการ Net เลย เพราะว่า Yahoo พยายามขอซื้ออยู่หลายรอบ รอบสุดท้ายเสนอราคามา $1 พันล้าน (34,000 ล้านบาท) ตามาร์คก็ปฏิเสธครับ อะไรทำให้เขามั่นใจได้ขนาดนั้น ไม่มีใครทราบ แต่มาช่วงนี้ที่ดังเอามากๆอีกที เพราะว่า Facebook เปิด platform ให้ developer สามารถพัฒนาโปรแกรม หรือ application อะไรก็ได้ใส่เข้าไปในนั้น นัยว่ามีฐานลูกค้าขนาด 50 ล้านคนอยู่ ให้คุณเข้าไปทำอะไรก็ได้ คุณจะทำอะไรในนั้น? แน่นอนครับ มีบริการต่างๆเกิดขึ้นตั้งแต่ซื้อขายของ กู้ยืมเงิน ไปจนถึงอะไรก็ไม่รู้ ถึงขนาดตั้งบริษัทพัฒนา app กันใน Facebook เลยทีเดียว (คิดดูแค่คน upload รูปก็มากกว่า Flickr แล้ว) หลายๆ guru ก็ว่านี่เป็นยุคต่อไปของ Internet เลยทีเดียว เป็น platform แห่งอนาคต ว่าไปโน้น

Facebook ก็เลยกลายเป็นดาวดวงใหม่ที่ทุกคนหวังว่ามันจะโต โต โต และ โต และเป็นช่องทางใหม่สำหรับธุรกิจได้ เลยไม่แปลกที่ใครที่จะพูดถึงอนาคตของ Web หรือ Internet ในยุคใหม่ ย่อมไม่ลืมให้ความเห็นเรื่อง Facebook ไปด้วย (กลัวตกยุค)

เผอิญว่าช่วงหลังมีการประมาณการณ์มูลค่าของ Facebook กัน ซึ่งตัวเลขล่าสุดออกมาที่ $15 พันล้าน หรือประมาณ 500,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง (เฉลี่ย user ละ $300) โดยเฉพาะเมื่อ Microsoft เป็นผู้ชนะในการประมูลแข่งกับ Google ในการชิงการบริหารโฆษณาใน Facebook ไปด้วยเงิน $240 ล้าน โดยได้สิทธิบริหารโฆษณาและหุ้น 1.6% นี่เท่ากับว่าเป็นการตอกย้ำและัโหมกระพือกระแสของ Facebook ให้ดังเข้าไปใหญ่

เท่ากับว่าตอนนี้ Facebook มีเงินมากพอที่จะทำอะไรก็ได้แล้วละ อาจจะเพิ่มพนักงานจาก 300 เป็น 700 คน หรือจะไปสร้างใหม่ก็แล้วแต่

ไม่รู้สินะ ส่วนตัวผมว่ามันทำนองบ้าคลั่งอ่ะ อะไรจะขนาดนั้น ตอนนี้หลายๆคนคงรอปีหน้า ปีที่คาดว่า Facebook จะมี user แตะ 200 ล้านคน โดยแค่มีคนเข้าเว็บทุกวันสักครึ่งนึง มันจะเกิดอะไรขึ้น มันจะเล่นอะไรได้ขนาดไหน ผมว่าคนคงซื้ออนาคตแหละ มันเลยราคาขนาดนั้น

แต่มันจะสดใสขนาดนั้นไหม ประเมินมูลค่าเกินจริงไปหรือไม่? กับเว็บที่มีอายุแค่ 3 ปี และปีที่แล้วมีรายรับแค่ $100 ล้านเท่านั้น และ CEO อายุ 23 ปีคนนี้ที่หลายๆคนยกย่องว่า คนนี้จะเป็นคนดังแห่งยุคต่อจาก Bill Gates, หรือ 2 หนุ่ม Google Sergey Brin กับ Larry Page ผู้ก่อตั้ง Google (สังเกตว่าคนดังๆมักอายุน้อยลงเรื่อยๆ)

สำหรับผม ผมว่าไม่น่าง่ายขนาดนั้นนะ เพราะ Facebook ยังต้องเผชิญอะไรอีกหลายๆอย่าง

1. คดีที่ฟ้องร้องกันอยู่ว่า Mark ไปขโมย idea , source code และ business plan ของ ConnectU ตอนที่ ConnectU มาจ้าง Mark ทำ Social Network

2. ยักษ์ใหญ่อย่าง MySpace ที่เตรียมเปิด Platform ให้ใช้เหมือนที่ Facebook ทำ (MySpace เป็นอันดับ 1 ของ Social Network ในตอนนี้)

3. Google ที่ไม่รู้ว่าวันดีคืนดีจะลุกมาทำอะไรหรือเปล่า Update: ไม่ขาดคำ ทำ OpenSocial สู้เลย

4. กฎหมายสกัดดาวรุ่งอีกมากมายก่ายกอง

5. ปัญหา Users ลุกฮือแบบ digg ที่ไม่แน่ อาจจะเกิดขึ้นก็ได้ Update: ไม่ขาดคำ มีปัญหาเรื่อง Beacon ที่ละเมิดสิทธิของ Users (แอบเก็บข้อมูลการซื้อขายสินค้าของ Users)

6. บริษัทขนาดใหญ่ เงินเยอะ บอก สมัครสมาชิกที่นี่ให้คนละ $10 แค่ลงทุน $1 พันล้าน ก็ได้สมาชิก 100 ล้านแล้ว นี่สิน่ากลัว

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ตา Mark นอนเกาพุง นั่งนับเงินอยู่บ้านแล้ว พร้อมผู้ลงทุนที่เตรียมออก IPO ในเร็ววัน (ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน) และ Microsoft ที่แสดงให้เห็นถึงกี๋นของผู้นำ? ว่าอย่างน้อยก็ขอมีส่วนแบ่งในทุกๆอย่าง ในทุกๆสิ่ง ที่เราๆท่านๆต้องเจอ ตั้งแต่ offline ยัน online แน่นอน เกลียดกันนักใช่ไหม หนีกันไม่พ้นหรอก 555

Update: ระหว่างที่เขียนอยู่นี่ มีคนลงทุนเพิ่มอีก 2 เจ้า ที่ราคาเท่าๆและเงื่อนไขใกล้ๆกันกับ Microsoft เบ็ดเสร็จได้ไป $750 ล้านแล้ว ใน 2 วัน

Update 2: ไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมมา ต้องบอกว่า MS นี่เขี้ยวมาก Deal นี้มีเงื่อนไขนอกจากหุ้น 1.6% แล้ว ยังขยายสัญญาจัดการโฆษณาเดิม (เฉพาะ USA) ออกไปเป็น (USA+Inter) จนถึงปี 2011 (3 ปีนับจากนี้) ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น ก็คงเก็บเกี่ยวไปได้โข และนักวิแคะหลายท่านยังให้ความเห็นว่า การที่ MS จ่ายเงินสูงมาก ก็เพื่อตีมูลค่าของ Facebook ให้โลกรู้เลย จะได้ไม่มีใครกล้ามาตอด ถ้าไม่ใหญ่พอ ทำให้ขจัดคู่แข่งได้บาน และระหว่างนี้ก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างสบายใจ สมแล้วที่เป็นจอมวางแผนจริงๆ

Update 3: ลืมบอกไปว่า Steve Ballmer ก็กำลังหัวเราะอยู่เหมือนกัน (แถมด้วยข้อมูลนิดนึง)

MySpace (สมาชิก 100 ล้าน Active เพิ่มวันละ 250,000) + Google (ขอจัดการโฆษณาด้วยราคา $900 ล้าน)

Facebook (สมาชิก 50 ล้าน Active เพิ่มวันละ 250,000) + Microsoft (ขอจัดการโฆษณาด้วยราคา $240 ล้าน)


Tags: , , , ,


เรื่องที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

19 Comments

speak up

Add your comment below, or trackback from your own site.

Subscribe to these comments.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>

*Required Fields