Apr 16, 2011

พาทัวร์ Facebook Datacenter ใหม่

ตอนนี้ Facebook ได้มี Datacenter เป็นของตัวเองแล้ว เป็นของตัวเองในที่นี้หมายถึง ออกแบบ Datacenter เอง และออกแบบ Server เอง (เหมือนที่ Google ได้ออกแบบเครื่อง Server ไว้ใช้เอง) แต่ของ Facebook เขาเปิด Open ให้ใครก็ได้ไปใช้งาน เรียกว่า Open Compute Project มีตั้งแต่การออกแบบ case , mainboard ไปจนถึง Datacenter ซึ่งแรกเริ่มทำโดยวิศวกรแค่ 3 คนเอง โจทย์คือการออกแบบเครื่องที่ประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดงบสุด ซึ่งผลคือได้ Server ที่ได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 38% และใช้ cost น้อยลง 24% สุดยอดจริงๆ

เราลองไปดูกันดีกว่าว่าหน้าตาของ Datacenter ที่ไฮเทคแห่งหนึ่งในโลกจะเป็นอย่างไร

ดูกันดารแฮะ Datacenter ที่ Prineville, Oregon, USA

ธง Facebook มาถูกที่แล้ว

ป้าย Facebook เด่นเป็นสง่า

Thomas Furlong จาก Facebook เป็นคนดูแลการทำงานที่นี่

ด้านขวาเป็นสเปย์ฉีดน้ำปรับอุณหภูมิ ด้านซ้ายเป็นกรองอากาศ ใหญ่มากๆ

แผนผัง สังเกตมีโลโก้ Facebook ด้วย

พัดลมขนาด 5 แรงม้า

ภาพ 360 องศา กดไปดูได้เลย

คำถามที่หลายคนอยากรู้ว่า Server Spec เป็นยังไงบ้า ลองดูจาก Spec ของ Open Compute แล้วนะ ใส่ Ram ได้ 24 ช่อง ก็ร่วมๆ 384 GB เท่านั้น (ถ้าใส่แรมเต็มๆ) ส่วน CPU ก็แค่ 2 ตัวเท่านั้นต่อ 1 เครื่อง เดาน่าจะใช้ SSD มากกว่า HDD นะ

ส่วนที่ Datacenter ตั้งในเมืองเล็กๆนั้นก็เพราะว่า อากาศ ความชื้นเหมาะสม แล้วก็มี fiber optic ผ่านพอดี

Update: เผื่อยังไม่เห็น Board ออกแบบเอง

Board AMD

Board Intel

 

Sourcescobleizer.com

Apr 14, 2011

เว็บข่าว Digital Business ไทยๆ Thumbsup.in.th

ดีใจที่บ้านเรามีเว็บข่าวคุณภาพเกิดขึ้นอีกแล้ว กับ Thumbsup.in.th ที่เป็นเว็บข่าวทาง Digital Business (จะใหญ่กว่าข่าวไอทีอย่างเดียวนะ) ของไทยที่ได้ทีมงานมืออาชีพหลายๆท่านช่วยกันสร้างสรรค์เว็บนี้ออกมา

หน้าเว็บ thumbsup

Thumbsup.in.th เป็นเว็บข่าวและแหล่งข่าวที่ค่อนข้างฉับไวพอสมควร ซึ่งข่าวจะมีทั้งการสรุปมาจากแหล่งข่าวเมืองนอก หรือแม้กระทั่งข่าวของธุรกิจ Digital ในเมืองไทยเองที่ได้มาจากแหล่งข่าว หรือไปสัมภาษณ์ สอบถามโดยตรงเอง นับว่าเป็นอีกเว็บที่มีคุณภาพสุดๆ

ผมได้รับข่าวเว็บนี้จากคุณ @jakrapong หนึ่งในผู้ก่อตั้งโดยบังเอิญมาตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดตัวไม่นาน (น่าแปลกที่การบอกต่อข่าวเว็บนี้ เกิดจากการเจอกันตัวๆโดยบังเอิญ หาใช่การ tweet ไม่) ตั้งแต่วันนั้นผมก็รอดูว่าจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็คิดว่าน่าจะโอเคแหละ เพราะเท่าที่พูดคุยดูก็พบว่าทางทีมงานเตรียมการได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเนื้อหาไว้ก่อนเปิดตัวเว็บ การหาข่าว รวมไปถึงลีลาการเขียน

ผ่านจากการเปิดตัวไปแล้ว 3 เดือน ผมพบว่าจุดเด่นของเว็บนี้อยู่ที่การเข้าถึงข่าวและแหล่งข่าวไทยอย่างรวดเร็ว ทำให้ข่าวที่ออกมานั้นหาอ่านไม่ได้จากที่อื่น นี่เป็นคุณค่าและจะเป็นความสำเร็จในระยะยาวของ Thumbsup.in.th ต่อไปในอนาคต ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ :)

Sep 18, 2010

เปรียบเทียบ iPhone 4 กับ iPhone 3GS

อีกไม่กี่วัน iPhone 4 ก็จะวางขายในบ้านเราแล้ว คราวนี้มีวางขายครบทุกเจ้า ไม่ว่าจะเป็น AIS, DTAC หรือ TrueMove ไม่เหมือนครั้งก่อนที่ AIS ไม่ได้นำ iPhone 3G มาขาย สำหรับใครที่เตรียมเงินไว้อยู่ ก็ลองมาดูกันก่อนว่าเจ้า iPhone 4 มันดีหรือแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างไรบ้าง (นอกจากจับผิดท่าแล้วสัญญาณหลุด)

 

ราคา (เมืองนอก) $199  16GB
$299  32GB
$99 8GB
จอ

Ratina Display ความละเอียดสูง

960 x 480 (326 ppi)

480 x 320 (164 ppi)
  Facetime (วิดีโอสนทนากันได้)  
กล้อง

5 ล้าน pixels

มี LED Flash

มีกล้องด้านหน้าด้วย

3 ล้าน pixels
วิดีโอ HD VGA
อื่นๆ
  • Multi-Touch
  • 802.11b/g/n Wi-Fi3
  • 7.2-Mbps HSDPA
  • 5.8-Mbps HSUPA
  • GPS
  • Accelerometer
  • Three-axis gyro
  • Apple A4 processor
  • Dual-mic noise suppression
  • Multi-Touch
  • 802.11b/g Wi-Fi
  • 7.2-Mbps HSDPA
  • GPS
  • Accelerometer
แบตเตอรี่

สนทนา: 
นานสุด 7 ชั่วโมง บน 3G; 
นานสุด 14 ชั่วโมง บน 2G

รอรับสาย Standby: 
นานสุด 300 hours

ใช้ Internet: 
นานสุด 6 ชั่วโมง บน 3G; 
นานสุด 10 ชั่วโมง บน Wi-Fi

เล่นเสียง: 
นานสุด 40 ชั่วโมง

เล่นวิดีโอ: 
นานสุด 10 ชั่วโมง

สนทนา: 
นานสุด 5 ชั่วโมง บน 3G; 
นานสุด 12 ชั่วโมง บน 2G

รอรับสาย Standby: 
นานสุด 300 hours

ใช้ Internet: 
นานสุด 5 ชั่วโมง บน 3G; 
นานสุด 9 ชั่วโมง บน Wi-Fi

 

เล่นเสียง: 
นานสุด 40 ชั่วโมง

เล่นวิดีโอ: 
นานสุด 10 ชั่วโมง

หมายเหตุ: iPhone 4 ไม่ได้หมายถึงสนับสนุนเครือข่าย 4G นะ แต่หมายถึง iPhone รุ่นที่ 4

Sep 13, 2010

ปลูกผัก (Facebook) VS ปลูกผัก (จริง) [InfoGraphic]

มีโอกาสไปเจอ InfoGraphic ที่น่าสนใจมา ผมไม่แน่ใจว่าภาษาไทยเราใช้คำว่า แผนภาพ แผนข้อมูลภาพ อะไรแบบนี้หรือเปล่า? แต่เอาเป็นว่าสำหรับใครที่ไม่คุ้นกับคำๆนี้ มันคือการอธิบายข้อมูล สถิติ ฯลฯ ให้อยู่ในรูปกราฟฟิคที่เข้าใจง่าย และน่าสนใจ

สำหรับ InfoGraphic ที่นำมาให้ดูนี้มาจากเว็บ Mashable เป็นการข้อมูล สถิติของ เกมปลูกผัก (FarmVille) บน Facebook มาเทียบกับการทำเกษตรกรรมจริงๆบนโลกนี้ ข้อมูลที่ได้น่าสนใจดี ผมจะลงรูปไว้ด้วยเผื่อใครเข้าเว็บต้นฉบับไม่ได้

ข้อมูลแยกด้านซ้าย ขวาชัดเจน ว่าซ้ายคือโลกเสมือนบนเกมปลูกผัก FarmVille ด้านขวาคือข้อมุลของโลกจริง ลองเทียบกันดูนะครับ

  1. ในเกมเป็น ผู้หญิง อายุเฉลี่ย 43 ปี รายได้ต่อปี $50,000+ (ประมาณ 1,600,000 บาทต่อปี) ส่วนโลกจริงเป็นคุณลุงอายุ 57 ปี รายได้ $35,500 เอง (1,100,000 บาท)
  2. ในเกมนิยมปลูก สตรอเบอรี่, ข้าวสาลี, องุ่น ส่วนโลกจริง อ้อย, ข้าวโพก, ข้าวสาลี
  3. เจ้าของเกม FarmVille คือ Zynga ทำกำไรได้มากกว่า Facebook 200%, ส่วนกสิกรรมทำรายได้เป็น 5% ของโลก
  4. เนื้อที่เพาะปลูกเสมือนซัดไป 500 ล้านเอเคอร์ ใน 15 เดือนแรก, ส่วน US มีเนื้อที่เพาะปลูก 950 ล้านเอเคอร์
  5. อัตราส่วนผู้หญิงเพาะปลูกในเกมคิดเป็น 60% ส่วนโลกจริงแค่ 13% เท่านั้น
  6. เรามีคนทำกสิกรรม 2.6 พันล้านคนทั้งโลก คิดเป็น 2 ใน 5 แต่มีคนเล่นเกมนี้ 60 ล้านคนคิดเป็น 1% ของประชากรโลก (US มีเกษตรกรแค่ 2 ล้านคนเอง)
  7. เฉลี่ย 1 คนใช้เวลาเล่น 70 นาทีต่ออาทิตย์ หรือคิดเป็น 70 ล้านชั่วโมงต่ออาทิตย์
  8. เกมปลูกผัก FarmVille มีคนที่ Active (เล่นอย่างน้อยเดือนละครั้ง) ถึง 60 ล้านคน (พอๆกับประชากรประเทศไทยเลย) และเล่นทุกวันถึง 18 ล้านคน

นี่ถ้าเราเป็นพลังของคนที่ใช้ในการเล่นเกมบนโลก Digital ให้กลับมาเป็นอะไรที่ใช้ได้จริงบนโลกจริงได้ละก็ โลกจะพัฒนาไปขนาดไหนเนี่ย พูดเรื่องนี้เลยนึกถึงโครงการ SETI at Home ที่เอาพลัง CPU ว่างๆมาประมวลผมหาสัญญาณมนุษย์ต่างดาวจัง ซึ่งหลังๆมีโครงการช่วยคำรวณโครงสร้างโปรตีน หามะเร็ง ฯลฯ อีกเพียบ

Sep 13, 2010

Google Instant


ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเจ้าพ่อ Search Engine อย่าง Google ก็ได้ทำการปรับแต่งระบบการป้อนคำค้นหาใหม่ ด้วยการนำ Ajax มาใช้ช่วยในการแสดงผลและคาดเดาคำและการค้นหาของคำที่ผู้ใช้งานกำลังพิมพ์อยู่ โดยให้ชื่อมันว่า Google Instant

เพียงแค่เราพิมพ์คำค้นลงไปยังไม่ทันเสร็จดี เจ้าหน้าผลลัพท์ก็จะถูกเรียกขึ้นมาทันทีทันใด พร้อมทั้งแสดงคำต่อไปที่มันเดาว่าเรากำลังจะพิมพ์ เพื่อให้เราได้สะดวกและลดเวลาในการพิมพ์ คลิ๊ก กด ลง

ใครที่ใช้ใหม่ๆอาจจะงงเล็กน้อยว่ามันคืออะไร ทำงานยังไง? แต่แป๊บเดียวก็จะเข้าใจได้ทันที ส่วนถ้าใครไม่ชอบก็สามารถเลือกปิดความสามารถนี้ลงได้

แม้เทคนิคจะไม่ได้ใหม่นัก แต่การที่นำมาใช้กับเว็บไซต์ที่มีการเรียกดูข้อมูลมหาศาลอย่าง Google ต้องนับว่าหลังบ้านแกร่งมากๆ เพราะแทนที่จะรอรับข้อมูลแต่ละครั้งด้วยการคลิ๊กหรือกดปุ่ม Search ก็กลายเป็นว่าทุกๆไม่กี่อึดใจเจ้าระบบต้องทำการเรียกผลลัพท์ขึ้นมาเรื่อยๆตลอด นี่อาจจะเป็นผลพวงมาจากการที่กูเกิลมีเครื่อง Server จำนวนมหาศาล (เข้าใจว่าตอนนี้มีล้านกว่าเครื่องทั่วโลก) เลยทำให้เรียกข้อมูลได้เร็วขนาดนี้ (ใครไม่เคยเห็น Server ของ Google บ้าง?)

ซึ่งเจ้า Instant เนี่ย คิดว่าทาง Google คงทยอยเปลี่ยนมาใช้กับบริการหลายอย่างแน่นอน เพราะดูเหมือนว่าคนจะชอบ และให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีกว่าเดิมเยอะทีเดียว

อีกอย่างหลังๆมานี้ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงของผลลัพท์ Search ภาษาไทยบ้างแล้ว เช่น ผมค้นหาคำโดยการพิมพ์ภาษาอังกฤษทับศัพท์ บางประโยค เจ้า Google มันฉลาด มันหาผลลัพท์ของคำแปลคำๆนั้นให้ด้วย จะเก่งไปไหนเนี่ย

Pages:1234567...25»

Categories